สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ หากคนที่เรารักและเคยรักเรา เปลี่ยนใจไปเป็นอื่น เขาทำให้เราช้ำใจเสียใจ เขาไม่เห็นคุณค่าของเรา ก็เอาคุณค่าของเราคืนมา การที่คนคนหนึ่งที่เรารัก หมดรักหรือเปลี่ยนใจเลิกรักเรา ไม่เห็นคุณค่าของเรา ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของเราจะหมดไปด้วย เราก็ยังเป็นเรา มีคุณค่าในตัวของเราเสมอ แต่เมื่อเขาหมดรักไม่เห็นคุณค่าของเรา เอาหัวใจรักของเราคืนมา และบอกกับตัวเองเสมอ ๆ ว่า เมื่อเขาหรือเธอไม่เห็นคุณค่าของเรา เขาหรือเธอ ก็ไม่มีสิทธิที่จะมีเรา ถ้าหากที่ผ่านมาเราดีกับเขามากมาย ทุ่มกายใจทุ่มพลังใจไปให้ สารพัดจะช่วยเหลือดูแลส่งเสริมสนับสนุนให้เขาได้ดี แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไป ไม่เป็นไร ต่อนี้ไป เราจะส่งเสริมตัวเราให้มีความสุขมาก ๆ ให้มีได้ทุกอย่างที่เคยให้เขา ทำไมดิฉันจึงพูดเช่นนี้หรือคะ เพราะจากประสบการณ์ หญิงชายมากมายทุ่มเทหัวใจรัก ความภักดีและทรัพย์สินเงินทองให้คนรักหรือคู่สมรสจะหมดตัว ลำพังตัวเองยอมลำบากทุกอย่าง หลายร้อยคู่สามีมีรถมีมือถือมีเครดิตการ์ด ภรรยายังเดินไปขึ้นรถเมล์ ฝ่ายชายเอารถไปรับหญิงอื่น ไม่สนใจภรรยา ผู้หญิงก็ยังอดทน ทนได้ทุกอย่างเพราะความรัก รักที่จะเห็นเขาสะดวกสบาย ส่วนตัวเองเป็นอย่างไรก็ช่าง ความรักประเภทนี้แหละค่ะที่หากเขาเปลี่ยนใจ ก็ต้องนับว่าเป็นโชคของเรา เพราะหากอยู่ด้วยกันต่อไป ผู้ชายร่ำรวยมีความสุขมากขึ้น แต่เรานับวันจะแย่ลงสุดท้ายเขาก็ต้องหาคนใหม่อยู่ดี เพราะเรามัวแต่จะรักเขาจนลืมรักตนเอง สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ เราทุกคนต้องตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง หากเรารู้คุณค่าของตนเอง คนอื่นเขาก็จะตระหนักเช่นกัน หากเรารักตนเอง เราก็จะรู้และเข้าใจว่า คนดี ๆ อย่างเรา เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีคนมารัก และหากเขาไม่รักเรา เขาหรือเธอเปลี่ยนไป เขานั่นแหละผิดปกติ ไม่ใช่เรา วันนี้เวลาหมดแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ วันก่อน เราคุยกันถึงเรื่องของความรู้สึกของลูก ๆ เด็ก ๆ ทีพ่อแม่มีความขัดแย้งจนถึงต้องแยกทาง ถึงหากเราต้องเสียสามี เสียภรรยา แต่ไม่จำเป็นที่ลูกจะต้องเสียพ่อหรือเสียแม่ เพียงเพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพยายามดึงลูกมาเป็นพรรคพวก โดยเฉพาะหากที่ผ่านมา เขาหรือเธอเป็นพ่อหรือเป็นแม่ที่ดี และยังดีอยู่ในวันนี้ หรือหากเขาจะมีพฤติกรรมที่เราไม่ชอบไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ควรจะพรากความรักความรู้สึกดี ๆ ที่ลูกมีต่อพ่อหรือมีต่อแม่ไปจากเขา เพราะความรักจากพ่อแม่ ที่เขามีต่อพ่อแม่คือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเด็ก ๆ บนเส้นทางการเจริญเติบโต อย่างไรก็ตาม ในหลาย ๆ กรณีเราพบว่า เมื่อสามีภรรยามีปัญหา มีความขัดแย้งทะเลาะวิวาทกัน ลูกตกเป็นเหยื่อความบาดเจ็บทั้งทางร่างกาย เช่นทำร้ายลูก และทางจิตใจเช่นทอดทิ้งให้อดอยาก ไม่ส่งเสียดูแต่อไป หรือทุบตีด่าทอเพื่อประชดอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีนี้คงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องค่อย ๆ คุยกับลูก อธิบายเรื่องราวให้ลูกเข้าใจ เพื่อลูกจะได้หลบหลีกออกจากเหตุการณ์รุนแรงได้ การอธิบายเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาในพฤติกรรมที่จำเป็นต้องเล่าต้องบอก และย้ำเตือนให้ลูกนึกไว้เสมอว่า พ่อหรือแม่รักลูกเสมอ แต่วิธีการแสดงออกนั้นต่างกัน แม่อาจจะบอกลูกว่ารัก และแสดงความรักด้วยการปรนนิบัติดูแลด้วยความสุภาพนุ่มนวล ในขณะที่พ่อรักลูกแต่พูดไม่เป็น แสดงออกแต่ในหนทางข่มขูบังคับ แต่หากเขาไม่รักลูก เขาคงไม่ส่งเสียดูแลลูก ชี้ให้ลูกเห็นและเข้าใจ นอกเสียจากว่า นอกจากพ่อจะไม่ส่งเสียดูแลแล้วยังรังแกทุบตีลูกเมียด้วย ก็อาจต้องชี้ให้ลูกไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง และแนะนำให้ลูกให้อภัยการขาดสติของพ่อหรือแม่ เพื่อความรู้สึกบาดเจ็บของเขาจะได้ทุเลาลง วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะสวัสดี