สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนให้การบำบัดสภาพจิตใจของคุณลิม จึงได้รับฟังเรื่องราวจากปากของเธอรวมกับจดหมายรายละเอียดที่เธอเขียนร้องเรียนไว้ และอีกหลายเรื่องราวในการไปติดต่อที่โรงพยาบาลด้วยตัวเธอเอง และกับสามีหรือโดยสามีตามลำพัง และจากประสบการณ์ไปขอฟิส์มเอกซเรย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาดิฉัน ก็สอดคล้องกับที่คุณลิมเล่าให้ฟัง ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้คุยกับอาจารย์หมอที่รู้จักหมอดีคนนี้อย่างดี อาจารย์หมอบอกว่า "หมอดีคนนี้นับว่าเป็นหมอดีที่สุด ดีจริง ๆ ในเรื่องนิสัยใจคอ ถือได้ว่าเป็นหมอที่ดีที่สุดของโรงพยาบาลนี้ ท่านเคยทำงานด้วยกันมาก่อน" ดิฉันเชื่อว่าคงหมอดีจริง ๆ เพราะอาจารย์แพทย์ท่านนั้นไม่ค่อยชมใครง่าย ๆ เหมือนกัน แต่เป็นไปได้หรือเปล่า หมอดี ๆ มากมายพูดดี ๆ กับใครไม่ค่อยเป็น เพราะหมอไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดในรายละเอียดโดยเฉพาะตระหนักถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนไข้ ประกอบกับความกลัว กลัวจะเสียหน้า เสียชื่อเสียงวงค์ตระกูล เสียชื่อเสียงโรงพยาบาล ความกลัวนี้ ไม่ว่าอาชีพไหนก็มีกันทุกคน เ พราะความกลัวนี่เองทำให้คนมากมายวิ่งปกป้องตนเอง ปกป้องพวกพ้องเสียจนลืมนึกถึงคนไข้ผู้เสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ แม้แพทย์สภาจะได้ปฏิเสธคำร้องเรียนและยืนยันว่าหมอรักษาตรงตามมาตรฐานทุกประการ แต่เมื่อแพทย์ของประเทศเกาหลีไม่ยอมรับเช่นนี้ ก็น่าที่จะมีการประชุมพิจารณาร่วมกันได้ ว่าตำราแพทย์ที่ศึกษากันทั่วโลกนี้มันเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหน หรือเพราะใครเป็นประเทศที่ด้อยกันพัฒนามากกว่ากันแน่ ผลการตรวจรักษามันจึงออกมาไม่เหมือนกัน ความกลัว กลัวเสียชื่อเสียหน้า เสียสถาบัน เป็นเรื่องอันตรายสำหรับทุกวิชาชีพ เพราะมันหมายถึงการให้ความสำคัญกับตัวเอง พวกพ้องมากกว่าการเคารพศักดิ์ศรีของนักวิชาชีพ ศักดิ์และศรีของความเป็นคนคนหนึ่ง ที่ต้องรู้จักรับผิดเมื่อทำผิด หรือรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา ในวิธีหนึ่งวิธีใด การปกปิดทำลายหลักฐานเพื่อให้ตัวเองและพวกพ้องรอด จึงเหมือนนักวิชาชีพที่ไร้ศักดิ์ศรีไม่ต่างจากมิจฉาชีพทั่วไป ที่เลือกจะทำงานผิดเพียงเพื่อให้ตัวรอด! พบกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ สวัสดี
สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังที่เคารพ เมื่อคุณลิมได้เข้าร้องเรียนกับฝ่ายบริหารครั้งแรก หมอผู้ชายก็รับคำอย่างดีที่จะจัดการคลี่คลายเรื่องราวให้ แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อให้มาพบ ต้องพยายามมาพบด้วยตนเองและกับสามีหลายครั้ง ระหว่างนั้นได้พยายามขอเอกสารเพื่อรวบรวมหลักฐาน เช่นขอฟีส์มเอกซเรย์ หมอนัดหลายครั้งก็ยังไม่ได้ วันนั้นสามีคุณ ลิมอยู่หน้าห้องเอกเซร์ ส่วนคุณลิมและตำรวจซึ่งเป็นเพื่อนคุณลิมเคยไปที่โรงพยาบาลมาแล้ววันนี้เรานั่งอยู่ด้วยกันที่ฮอทไลน์ สามีคุณลิมโทรฯมาบอกว่า เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ฟีส์มเอกซเรย์ ตำรวจได้โทรฯเข้าไปเพื่อขอพูดว่า ทำไมถึงไม่ได้ เจ้าหน้าที่บอกว่า สามีคุณลิมต้องมาจ่ายเงินทำสำเนาถึงจะเอาไปได้ ตำรวจจึงบอกว่า คนไข้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว ทำไมจะเอาเอกสารฟีส์มเอกซเรย์ของตัวเองจึงเอาไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องทำสำเนา ตัวจริงนั่นของคนไข้ หากโรงพยาบาลต้องการเก็บไว้ต้องทำสำเนา ลักษณะที่พยายามปกปิดสร้างความลำบากเสียเวลาเสียเงินในการเดินทางไปโรงพยาบาล เป็นพฤติกรรมที่น่าละอายมาก จะเห็นได้ว่า กว่าคนไข้จะได้เอกสารมาประกอบการร้องเรียนของตนนั้น ประตูทุกบานในโรงพยาบาลนั้นปิดตายสำหรับเธอ และในวันหนึ่งที่เธอและสามีเธอเชิญไปเพื่อเจรจาต่อรองต่อหน้าคณะกรรมการที่แต่งตัวภูมิฐานพร้อมทนายความนั่งเรียงกันรอบโต๊ะใหญ่ ในขณะที่สองสามีภรรยาเดินเข้าไป มองดูคล้ายเธอเป็นจำเลยต่อหน้าผู้พิพากษาหรือผู้ทรงอิทธิพลมากมาย ลองนึกถึงบรรยากาศที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อข่มขวัญคนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วจะมีใครกล้าโต้แย้งหรือต่อรองอะไร ที่น่าเศร้าใจมากกว่านั้น ตำรวจที่เข้ามาช่วยเรื่องนี้ โดนหัวหน้าเรียกไปเตือนว่า ภรรยาหมอที่เป็นผู้บริหารมาฟ้องว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ ฟังแล้วคงนึกภาพคำว่ามาเฟียได้นะคะ อย่างนี้ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า "ไวท์มาเฟีย" ค่ะ สวัสดีค่ะ พบกันใหม่พรุ่งนี้