รายการวิทยุศึกษา : รายการคุยกับอรนงค์ FM.92 เวลา 09.00-14.00 น.
บทความ....ตอนที่ 121 - ตอนที่ 125
ตอนที่ 121
          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ คุยต่อกันด้วยเรื่องของผู้หญิงเกาหลี ที่กำลังมีปัญหากับโรงพยาบาลเอกชนอยู่แห่งหนึ่งตั้งแต่สองปีที่ผ่านมา ประเด็นวันนี้ อยากชี้ให้เห็นว่า การที่คุณลิมถูกนางสาวจูนที่โรงพยาบาลรับจ้างมาทำตำแหน่งล่ามหรือเป็นนายหน้าหาคนไข้ให้โรงพยาบาลดิฉันไม่แน่ใจ แต่นางสาวจูซึ่งเป็นลูกจ้างโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น ชักจูงเกลี้ยกล่อมให้เข้าไปตรวจภายในกับหมอ หลังจากนั้นหมอแนะนำให้ผ่าตัด เมื่อตกลงว่าจะผ่าตัด นางสาวจูนก็ชักจูงให้อยู่ห้องพิเศษ ใช้ยาราคาแพงในการรักษา และยืนยันอย่างมั่นใจว่าจะเบิกจากบริษัทประกันได้ ตรงนี้ ไม่ใช้หน้าที่ของนางสาวจู เพราะเท่ากับมีเจตนาจะล้วงกระเป๋าคนไข้ให้มากที่สุด หรือหารายได้ให้โรงพยาบาลเพื่อตัวเองจะได้เปอเซ็นร์เหมือนกับนายหน้าขายประกันทั่วไป ซึ่งฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลควรจะต้องตักเตือนและทบทวนบทบาทของเธอให้มาก นอกจากนั้น เราไม่รู้ว่าระหว่างแปลภาษาเกาหลี กึ่งภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษให้หมอฟังนั้น นางสาวจูแปลตรงกันหรือเปล่า นางสาวจูพูดอังกฤษได้ดีแค่ไหน จึงทำให้ดูเหมือนมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน เช่นบอกหมอว่าต้องการเพียงข้างเดียว แต่หมอกลับตัดมดลูกทั้งสองข้างโดยไม่บอกกล่าว เมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นแล้ว คุณลิมบอกว่าเธอไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมเพียงพอ เป็นไปได้หรือเปล่าที่คนแปลไม่ได้แปลอย่างชัดเจนสำหรับเธอ ความบกพร่องของล่าม เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายบริหารจะต้องพิจารณาและจัดการ โรงพยาบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะกรณีที่คุณลิมร้องเรียนว่าทั้งนางสาวจู และหมอดีคนนั้น ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามของเธอ ทั้งแสดงความเป็นศัตรูกับคนไข้ ซึ่งตรงกันข้ามกลับเมื่อพยายามจะได้เงินจากเขา ความจริงเมื่อหมอพูดว่า อยากจะคืนเงินค่าผ่าตัดของหมอให้คนไข้ ก็น่าจะทำไปอย่างที่อยากทำ แต่ที่ไม่ทำ ท่านผู้ฟังทราบไหมค่ะว่าเพราะอะไร ดิฉันสรุปจากการทำงานในตำแหน่งฝ่ายบริหารโรงพยาบาลเอกชนสามแห่งที่ดิฉันทำงานมา แต่ในฐานะลูกจ้าง ความบกพร่องผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้นทุกที่ และทุกครั้งดิฉันจะสั่งเจ้าหน้าที่ให้จัดเตรียมกระเช้าดอกไม้ หรือพวงหรีดงานศพให้เจ้าหน้าที่ไปงานสวดด้วย แต่เจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นแพทย์ทุกที่จะห้ามไม่ให้ทำ เพราะจะกลายเป็นเรารับผิด! ก็คงจะไม่ต่างจากกรณีของคุณหมอคนนี้เท่าไร พบกันใหม่ค่ะ สวัสดี
ตอนที่ 122

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนให้การบำบัดสภาพจิตใจของคุณลิม จึงได้รับฟังเรื่องราวจากปากของเธอรวมกับจดหมายรายละเอียดที่เธอเขียนร้องเรียนไว้ และอีกหลายเรื่องราวในการไปติดต่อที่โรงพยาบาลด้วยตัวเธอเอง และกับสามีหรือโดยสามีตามลำพัง และจากประสบการณ์ไปขอฟิส์มเอกซเรย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาดิฉัน ก็สอดคล้องกับที่คุณลิมเล่าให้ฟัง ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้คุยกับอาจารย์หมอที่รู้จักหมอดีคนนี้อย่างดี อาจารย์หมอบอกว่า "หมอดีคนนี้นับว่าเป็นหมอดีที่สุด ดีจริง ๆ ในเรื่องนิสัยใจคอ ถือได้ว่าเป็นหมอที่ดีที่สุดของโรงพยาบาลนี้ ท่านเคยทำงานด้วยกันมาก่อน" ดิฉันเชื่อว่าคงหมอดีจริง ๆ เพราะอาจารย์แพทย์ท่านนั้นไม่ค่อยชมใครง่าย ๆ เหมือนกัน แต่เป็นไปได้หรือเปล่า หมอดี ๆ มากมายพูดดี ๆ กับใครไม่ค่อยเป็น เพราะหมอไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดในรายละเอียดโดยเฉพาะตระหนักถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนไข้ ประกอบกับความกลัว กลัวจะเสียหน้า เสียชื่อเสียงวงค์ตระกูล เสียชื่อเสียงโรงพยาบาล ความกลัวนี้ ไม่ว่าอาชีพไหนก็มีกันทุกคน เ พราะความกลัวนี่เองทำให้คนมากมายวิ่งปกป้องตนเอง ปกป้องพวกพ้องเสียจนลืมนึกถึงคนไข้ผู้เสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ แม้แพทย์สภาจะได้ปฏิเสธคำร้องเรียนและยืนยันว่าหมอรักษาตรงตามมาตรฐานทุกประการ แต่เมื่อแพทย์ของประเทศเกาหลีไม่ยอมรับเช่นนี้ ก็น่าที่จะมีการประชุมพิจารณาร่วมกันได้ ว่าตำราแพทย์ที่ศึกษากันทั่วโลกนี้มันเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหน หรือเพราะใครเป็นประเทศที่ด้อยกันพัฒนามากกว่ากันแน่ ผลการตรวจรักษามันจึงออกมาไม่เหมือนกัน ความกลัว กลัวเสียชื่อเสียหน้า เสียสถาบัน เป็นเรื่องอันตรายสำหรับทุกวิชาชีพ เพราะมันหมายถึงการให้ความสำคัญกับตัวเอง พวกพ้องมากกว่าการเคารพศักดิ์ศรีของนักวิชาชีพ ศักดิ์และศรีของความเป็นคนคนหนึ่ง ที่ต้องรู้จักรับผิดเมื่อทำผิด หรือรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา ในวิธีหนึ่งวิธีใด การปกปิดทำลายหลักฐานเพื่อให้ตัวเองและพวกพ้องรอด จึงเหมือนนักวิชาชีพที่ไร้ศักดิ์ศรีไม่ต่างจากมิจฉาชีพทั่วไป ที่เลือกจะทำงานผิดเพียงเพื่อให้ตัวรอด! พบกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ สวัสดี

ตอนที่ 123
          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ ระหว่างหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ขณะนี้ก็ยังมีการพูด ถึงเรื่องที่รัฐบาลจะปราบปรามผู้ทรงอิทธิพล หรือที่เรียกกันว่า มาเฟีย คำว่ามาเฟีย เป็นกลุ่มคนซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดวิชาชีพใด ในกลุ่มนักวิชาชีพและผู้ทรงคุณวุฒินั้น เมื่อต้องการข่มขวัญ หรือคุกคามผู้คนที่เขาไม่ชอบ เขาก็มีรูปแบบที่หลากหลายไม่ต่างไปจากอาชีพอื่น ๆ เพราะในความเป็นนักวิชาชีพของเขาเหล่านั้น เป็นวิชาชีพเฉพาะที่คนนอกไม่สามารถจะล่วงรู้ได้โดยตรง แต่ก็ไม่ยากหากจะมองหาเพื่อหยิบจับออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ดังที่เรารู้ ๆ กันอยู่ คนเรานั้นหากเป็นคนดีโดยสันดาน อยู่ที่ไหนแม้ในดงโจร ก็ยังรักดีไม่ได้เป็นโจรไปด้วย แต่หากมีสันดานโจร อยู่ในอาชีพไหน ไม่ว่า ตำรวจ ทหาร เป็นแพทย์พยาบาล เป็นนักกฎหมาย เป็นพระสงฆ์ พฤติกรรมก็ยังเป็นโจรได้ ความสำคัญจึงไม่ใช่คุณเป็นอะไร อาชีพอะไร แต่สำคัญที่คุณธรรมส่วนบุคคลมีหรือไม่ กรณีนี้คุณลิมซึ่งมารับการบำบัดจิตบอกว่า ปกติหมอดีที่รักษาเธอก็พูดดีด้วย แต่เมื่อเธอมีปัญหา ต้องการความร่วมมือ หมอดีก็แสดงพฤติกรรมเบื่อหน่าย ปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ หลบหน้า ไม่พูดโทรศัพท์ด้วย กรณีนี้ หมอดีอาจจะยุ่งจริง ๆ เพราะโรงพยาบาลเอกชนนั้น หมอมากมายก็ไม่ต่างไปจากนักธุรกิจ ยิ่งคนไข้มากเท่าไรก็ได้ผลประโยชน์มากเท่านั้น ไม่ต้องการมาเสียเวลากับคนไข้ที่มีปัญหา โดยไม่คำนึงว่าปัญหานั้น อาจเกิดจากการกระทำของหมอเอง เช่นการไปตัดมดลูกคุณลิมเสียทั้งสองข้าง เพียงเพราะความหวังดีโดยไม่ปรึกษาเจ้าของก่อน ครั้นเธออยากได้คืนก็เอาคืนเธอไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ และหากเป็นคุณผู้ฟัง ถ้าตกลงกับหมอแล้วว่าจะตัดเพียงข้างเดียว แต่เมื่อหมอตัดไปทั้งสองข้าง เราจะไม่ต้องการคำอธิบายที่อบอุ่นมั่นคง และคำขอโทษที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังเป็นเจ้าของร่างกายเราอยู่หรือ? วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ
ตอนที่ 124
         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ เรายังคุยกันอยู่ถึงเรื่องคุณลิมคนไข้ชาวเกาหลี ที่ต้องมาเจ็บปวดหัวใจเพราะบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ครั้นไปร้องเรียนแพทย์สภา ก็กลายเป็นว่า หลักฐานการตรวจรักษาทางการแพทย์นั้นตรวจสอบแล้วถือว่าถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งก็รวมไปถึงจริยธรรมด้วย ก่อนหน้านั้น คุณลิมได้มาพบดิฉันเพื่อขอความช่วยเหลือทั้งด้านจิตใจ และขอคำแนะนำว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป คุณลิมบอกว่า เมื่อเธอกลับไปโรงพยาบาลเพื่อให้ตอบคำถามเธอว่า ทำไมจึงตัดมดลูกเธอออกทั้งสองข้าง และทำไมหมอเกาหลีไม่เห็นว่าอาการอยู่ในภาวะที่จะเป็นจะต้องตัดมดลูก เธอคาดว่า หมอจะให้ความเป็นมิตร ขอโทษเธอที่ไม่บอกล่วงหน้า และอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องตัด หลังจากนั้นก็ช่วยเธอหาคำอธิบายให้กับบริษัทประกันภัยที่ได้ถามมา แต่หมอไม่ได้ขอโทษเธอ เพียงแต่บอกว่า เห็นว่าไหน ๆ ทำแล้วจะได้ไม่ต้องเจ็บอีก เพราะอีกหน่อยหากลามไปอีกข้างก็ต้องตัดอยู่ดี หมอคิดว่าหมอทำดีแถมให้คนไข้ควรจะขอบใจหมอมากกว่า แต่ความหวังดีของหมอทำให้คนไข้ไม่สามารถมีลูกได้ ทั้งยังไม่สามารถพิสูจน์ให้แพทย์เกาหลีเชื่อได้ว่า อาการเริ่มแรกของมะเร็งที่หมอว่านั้น จะพัฒนาลุกลามต่อไปได้จริง ๆ หมอไม่ได้ตระหนักถึงสิทธิของคนไข์ และไม่ได้เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นคนคนหนึ่ง โดยเฉพาะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งของคุณลิม ประโยคนี้ ดิฉันประทับใจมาก เพราะผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักในสิทธิของร่างกายตนเองเท่าไร มักจะยินยอมให้ใครทำอะไรกับตัวก็ได้ ไม่กล้าลุกขึ้นมาโต้แย้ง เช่นกรณีนี้ หมอดีของเราก็ไม่คิดว่าผู้หญิงเกาหลีคนนี้ จะกลับมาต่อว่าหรือร้องเรียน นอกจากพฤติกรรมและการกระทำของหมอดีและเจ้าหน้าที่ล่ามที่ทำให้คุณลิมรู้สึกผิดหวัง ช้ำใจและโกรธ เธอรู้สึกว่าทุกคนปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นศัตรูโดยเฉพาะฝ่ายบริหารโรงพยาบาลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามเธอและสามี
หมดเวลาแล้วค่ะ พบกันใหม่ในตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ค่ะ สวัสดีค่ะ
ตอนที่ 125

           สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังที่เคารพ เมื่อคุณลิมได้เข้าร้องเรียนกับฝ่ายบริหารครั้งแรก หมอผู้ชายก็รับคำอย่างดีที่จะจัดการคลี่คลายเรื่องราวให้ แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อให้มาพบ ต้องพยายามมาพบด้วยตนเองและกับสามีหลายครั้ง ระหว่างนั้นได้พยายามขอเอกสารเพื่อรวบรวมหลักฐาน เช่นขอฟีส์มเอกซเรย์ หมอนัดหลายครั้งก็ยังไม่ได้ วันนั้นสามีคุณ
ลิมอยู่หน้าห้องเอกเซร์ ส่วนคุณลิมและตำรวจซึ่งเป็นเพื่อนคุณลิมเคยไปที่โรงพยาบาลมาแล้ววันนี้เรานั่งอยู่ด้วยกันที่ฮอทไลน์ สามีคุณลิมโทรฯมาบอกว่า เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ฟีส์มเอกซเรย์ ตำรวจได้โทรฯเข้าไปเพื่อขอพูดว่า ทำไมถึงไม่ได้ เจ้าหน้าที่บอกว่า สามีคุณลิมต้องมาจ่ายเงินทำสำเนาถึงจะเอาไปได้ ตำรวจจึงบอกว่า คนไข้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว ทำไมจะเอาเอกสารฟีส์มเอกซเรย์ของตัวเองจึงเอาไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องทำสำเนา ตัวจริงนั่นของคนไข้ หากโรงพยาบาลต้องการเก็บไว้ต้องทำสำเนา ลักษณะที่พยายามปกปิดสร้างความลำบากเสียเวลาเสียเงินในการเดินทางไปโรงพยาบาล เป็นพฤติกรรมที่น่าละอายมาก จะเห็นได้ว่า กว่าคนไข้จะได้เอกสารมาประกอบการร้องเรียนของตนนั้น ประตูทุกบานในโรงพยาบาลนั้นปิดตายสำหรับเธอ และในวันหนึ่งที่เธอและสามีเธอเชิญไปเพื่อเจรจาต่อรองต่อหน้าคณะกรรมการที่แต่งตัวภูมิฐานพร้อมทนายความนั่งเรียงกันรอบโต๊ะใหญ่ ในขณะที่สองสามีภรรยาเดินเข้าไป มองดูคล้ายเธอเป็นจำเลยต่อหน้าผู้พิพากษาหรือผู้ทรงอิทธิพลมากมาย ลองนึกถึงบรรยากาศที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อข่มขวัญคนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วจะมีใครกล้าโต้แย้งหรือต่อรองอะไร ที่น่าเศร้าใจมากกว่านั้น ตำรวจที่เข้ามาช่วยเรื่องนี้ โดนหัวหน้าเรียกไปเตือนว่า ภรรยาหมอที่เป็นผู้บริหารมาฟ้องว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ ฟังแล้วคงนึกภาพคำว่ามาเฟียได้นะคะ อย่างนี้ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า "ไวท์มาเฟีย" ค่ะ สวัสดีค่ะ พบกันใหม่พรุ่งนี้

 
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
TOP