สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ เรายังคุยกันถึงเรื่อง กรณีเด็กชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในโรงพยาบาลเอกชนแถวลาดพร้าวนะคะ ดูเหมือนห้องที่เด็กชายนอนพักรักษาตัวเป็นห้องคนไข้พิเศษ แต่ด้วยเหตุผลที่เรียนให้ทราบว่า พย่บาลสมัยนี้หายาก มีไม่พอ เพราะฉะนั้นจากข่าวว่าทั้งคืน ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเวลาเกิดเหตุผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว ยังไม่มีพยาบาลเข้ามาเยี่ยมเด็กเลย เมื่อพี่เลี้ยงวัย 16 ปีตื่นขึ้นพบหนูน้อยห้อยอยู่ที่ขอบเตียงจึงเรียกพยาบาล ซึ่งใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะมาถึง เมื่อมาถึงทุกอย่างก็สายเกินไป หากจะถามว่า ทำไมพ่อแม่จึงได้ปล่อยให้เด็กวัยเพียงขวบครึ่งมานอนโรงพยาบาลกับพี่เลี้ยงวัย 16 ปีเพียงลำพัง จากข่าวระบุว่า คุณแม่นั้นมีลูกวัยไล่ ๆ กันถึงสามคน คนที่เสียชีวิตเป็นคนกลาง ขวบครึ่ง คนเล็กเพิ่งจะสามสี่เดือน การเป็นแม่ลูกอ่อน จึงทำให้ต้องมีพี่เลี้ยงเด็ก และการให้อยู่ห้องพิเศษโรงพยาบาลเอกชน ก็ด้วยหวังว่า ลูกจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หากอยู่บ้านอาจจะทำให้พี่น้องติดไข้ไปด้วย ก็คิดว่าได้ส่งลูกมาไว้ในมือนักวิชาชีพที่ดีที่สุด ที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่า โรงพยาบาล แพทย์พยาบาลจึงเป็นที่คาดหวังสูงจากประชาชน ว่าจะเป็นผู้ให้ความบำบัดรักษาความทุกข์ของพวกเขาได้ การทำงานของแพทย์พยาบาล จึงเป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของประชาชน ซึ่งจะต้องมีความละเอียดอ่อน รอบคอบ และมีความระมัดระวังในการกำจัดความเสี่ยงทั้งหลายให้มากที่สุด ดิฉันเคยไปนอนเฝ้าเด็กเล็กที่โรงพยาบาลเช่นกัน ในห้องเดี่ยวที่ไม่มีเตียงเด็ก เราจะให้เด็กนอนกลางเตียง เอาหมอนข้างยาว หรือหมอนคนไข้ปิดช่องโหว่ทั้งสองด้านข้างเตียง เพื่อกันเด็กตกลงมา คนเฝ้าจะนั่งอยู่ข้าง ๆ หากจะง่วง ก็ฟุบได้ที่ข้างเตียง เพราะหากเด็กมีการเคลื่อนไหว ก็จะรู้สึกตัวทันที นั่นเป็นวิธีปกติที่คนไม่ได้ทำงานโรงพยาบาลก็รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ทำไมแพทย์พยาบาลแห่งนี้จึงคิดไม่ได้ หรือคิดไม่ทัน วันนี้หมดเวลาแแล้วค่ะ พบกันพรุ่งนี้ สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ ดิฉันคุยถึงเรื่องพี่เลี้ยงเด็ก ว่าพ่อแม่ต้องระมัดระวัง ต้องป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกเราไว้ด้วย แม้ว่าการจะหาพี่เลี้ยงเป็นเรื่องยากสำหรับสมัยนี้ และเราจะเป็นจะต้องมีเพื่อแบ่งเบาภาระของเราให้ได้ ปกติเมื่อดิฉันเลี้ยงลูก ลูกเล็ก ๆ ตั้งแต่เล็ก ๆ มาเลย ดิฉันเองมีงานจะต้องทำประจำอยู่เยอะมาก เพราะฉะนั้นเราขาดพี่เลี้ยงไม่ได้ แต่เราก็ต้องการให้แน่ใจว่า ลูกของเรา ก็คือลูกของเรา ถึงจะไม่มีเวลาจะใกล้ชิด ลูกก็ต้องเห็นเรารู้ว่าเราต้องสำคัญกว่าคนอื่น โดยเฉพาะพี่เลี้ยงจะไม่มีวันมาแทนเราได้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่รับพี่เลี้ยงเข้ามาดูแลลูก ดิฉันก็ตั้งกฎเลยว่า ข้อที่ 1 ห้ามพี่เลี้ยงกอดจูบลูกเรา เหตุผลง่าย ๆ คือ เกรงว่าจะติดโรคติดต่อจากพี่เลี้ยง แม้จะตรวจแล้วก็ตาม ก็ไม่คิดว่าพี่เลี้ยงควรจะกอดจูบลูก ๆ ของเราได้ นอกเสียจากว่าคุณจะเลี้ยงดูพี่เลี้ยง เหมือนเป็นลูกของเราเอง ก็ให้คลุกคลีเป็นพี่น้องกันต่อไปได้ ข้อที่ 2 คือ จะไม่มีการให้พี่เลี้ยงมานอนกับลูก หรือให้ลูกไปนอนกับพี่เลี้ยง ไม่ว่ากรณีใด ๆ ตรงนี้ขอเชื่อมโยงไปกรณีที่พี่เลี้ยงนอนกับเด็ก และเด็กพลัดตกเตียง เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ว่า พี่เลี้ยงวัยรุ่นไม่ควรขึ้นไปนอนกับเด็ก เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่จะนอนดิ้น และนอนหลับโดยไม่รู้สึกตัวเสมอ เมื่อนอนกับเด็กเล็ก โอกาสที่จะเบียดเด็กจนหล่นหลุดช่องเตียง ก็เป็นเรื่องเป็นไปได้ เพราะตนเองก็หลับไม่รู้ตัว หรือเด็กอึดอัดที่พี่เลี้ยงนอนข้าง ๆ ก็กระเถิบหนีจนหลุดตกเตียงไปก็เป็นไปได้อีก เพราะเตียงพยาบาลนั้นเล็กเกินไปสำหรับสองคน วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ