:: ผลงานและเกียรติประวัติ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ อรอนงค์ อินทรจิตร 
ประวัติการศึกษาและการทำงาน 
        เป็นคนไทยคนแรกที่จบการศึกษาทางเลขานุการการแพทย์ ( Los Angeles City College   สหรัฐอเมริกา )  ได้เขียนและสอนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรีในสาขานี้ให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่จบการศึกษาด้านการบริหารงานบริการสุขภาพ (The University  of Alabama at Birmingham สหรัฐอเมริกา ) และศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายสาขาวิชา เช่น การให้คำปรึกษาแนะนำ จิตบำบัด รัฐศาสตร์ เป็นต้น

     หลังจบการศึกษาในปี พ.ศ.2514 เริ่มงานเลขานุการการแพทย์ที่ American Employees Health Association หรือ Youth Treatment Center ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบำบัดและพัฒนาสุขภาพจิตที่ขึ้นตรงต่อสถานทูตอเมริกา และได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงินในปีต่อมา ระหว่างทำงานที่นี่ อรอนงค์ได้รับการฝึกอบรมด้านจิตวิทยาและการ counseling จากทีมงาน ด้วยนิสัยใฝ่เรียน หมั่นศึกษาหาความรู้ตลอด 4 ปี ณ ศูนย์บำบัดพัฒนาเยาวชนแห่งนี้ ได้กลายเป็นบันได
ที่ปูพื้นฐานด้านจิตวิทยาให้กับอรอนงค์อย่างแน่นหนาและมั่นคง

     เมื่อ Youth Treatment Center ได้ปิดตัวลงเนื่องจากกองทหารสหรัฐอเมริกาย้ายฐานทัพออกจากประเทศไทย อรอนงค์ได้เข้าทำงานที่ โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ในตำแหน่ง เลขานุการฝ่ายบริหารและหัวหน้าแผนกบุคคล เธอยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและบริหารงาน “ ใกล้หมอ ”  นิตยสารทางการแพทย์เล่มแรกของประเทศไทย และตลอดเวลาที่ผ่านมา อรอนงค์ยังได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสาขาวิชาชีพที่เธอสนใจอย่างต่อเนื่อง

    อ.อรอนงค์ อินทรจิตร์ เริ่มงานสอนวิชาเลขานุการการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล จากการชี้แนะและการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ระหว่างปี พ.ศ. 2523–2527 และเริ่มสอนวิชาการบริหารโรงพยาบาล (ขั้นพื้นฐาน) แก่นักศึกษาปี 4 ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนปัจจุบัน โดยการแนะนำและการสนับสนุนของศาสตราจารย์ นายแพทย์สุพจน์ อ่างแก้ว

     ตลอดหลายปีของการเรียนรู้ สะสมประสบการณ์ทั้งการบริหารจัดการ การให้บริการปรึกษาแนะนำ งานด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต อรอนงค์เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บุกเบิก บริหาร และดำเนินงานบริการของศูนย์ฮอทไลน์และมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ ในปี พ.ศ. 2527 จนถึงปัจจุบัน อรอนงค์เป็นนักจิตวิทยา เป็นนักจิตบำบัด
เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นครูและผู้ให้การฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ที่จบในสาขาจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ ในการให้บริการปรึกษาแนะนำทั้งทางโทรศัพท์
รายบุคคลและรายกลุ่ม รวมถึงนักวิชาชีพที่ให้บริการปรึกษาแนะนำและผู้สนใจในทักษะนี้
ผลงานด้านงานเขียน 
       ผลงานด้านการเขียนของ อ.อรอนงค์ อินทรจิตร์ เริ่มมาตั้งแต่สมัยเธอเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนเบญจมราชาลัยฯ แต่ได้หยุดไประหว่างการศึกษาต่อต่างประเทศ และได้เริ่มอีกครั้งในนิตยสาร “ ใกล้หมอ” และเป็นคอลัมนิสต์ประจำของหน้า “ ผู้หญิง” หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ตั้งแต่ยุคที่ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นเจ้าของและคุณสมบัติ ภู่กาญจน์ เป็นบรรณาธิการเรื่อยมา ในปี พ.ศ.2531 ได้ก่อตั้งและเผยแพร่ Hotline Women's Magazine นิตยสารทางจิตวิทยาเล่มแรกของไทย ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นการผลิตตำรากึ่งวิชาการ การให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ เทคนิคให้คำปรึกษาแนะนำเอชไอวี/เอดส์ คู่มือดีเจ เป็นต้น
การบริหารงานและดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์
        การบริหารงานและดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ โดย อ.อรอนงค์ อินทรจิตร ได้ส่งเสริมงานบริการและงานวิชาการทางจิตวิทยาและบริการปรึกษาแนะนำเรื่อยมา เริ่มตั้งแต่การขยายบริการของศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำที่จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดขอนแก่น มีการฝึกอบรมและส่งเสริมให้นักจิตวิทยาของมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ได้ศึกษาเพิ่มเติมในระดับบัณฑิตศึกษา ตลอดจนการจัดตั้งสถาบันจิตวิทยาฮอทไลน์ องค์การผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย
บ้านของวันพรุ่งนี้ เชียงใหม่ ชมรมผู้ให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และที่สำคัญคือการฟันฝ่าอุปสรรคในการบุกเบิกและริเริ่มให้มูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ในฐานะของเอนจีโอ
งานด้าน “ สื่อวิทยุและโทรทัศน์ ”
       ได้เข้าสู่งานด้าน “ สื่อวิทยุและโทรทัศน์ ” เพื่อการพัฒนาคุณภาพของบริการปรึกษาแนะนำด้านสุขภาพจิตผ่านรายการโทรทัศน์ “บ่ายนี้มีคำตอบ” ช่อง 9 อสมท ระหว่างปี พ.ศ.2542–2545 และรายการ “ หน้าต่างสังคม ” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2545 จนถึงปัจจุบัน
      ส่วนรายการวิทยุของอรอนงค์ เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 เรื่อยมาทางวิทยุศึกษา F.M. 92.0 MHz. และ A.M. 1161 KHz. ในรายการ “ เพื่อนคู่คิด : ชั่วโมงฮอทไลน์ ” “ คุยกับอรอนงค์ ” ปัจจุบันมีรายการ “ เพื่อนคู่คิด ” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.00-11.00 น.

     ผลงานและความฝันของ อ.อรอนงค์ อินทรจิตร จะยังดำเนินต่อไป จนกว่าคนไทยจะสามารถเข้าถึงการบริการปรึกษาแนะนำที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ

TOP