:: เรื่องของครูอาจารย์
ทำไมครูอาจารย์ถึงเป็นอย่างนี้?
มาช่า
มาช่า
"ทำไมอาจารย์บางคนพอเข้ามาในห้องเรียน แล้วต้องอารมณ์เสียทุกครั้ง ทำไมอาจารย์ไม่พูดกับนักเรียนดี ๆ ทำไมอาจารย์ถึงไม่อธิบายให้นักเรียนเข้าใจ แล้วเราจะทำอย่างไร?"
ฮอทไลน์

"หนูกำลังรู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมของอาจารย์ พี่ก็เคยรู้สึกเช่นนั้น แต่ก็ต้องมาพิจารณาดูว่า การที่อาจารย์บางท่านเข้ามาถึงห้องเรียนแล้วอารมณ์เสียทุกครั้ง เป็นเพราะสาเหตุจากนักเรียนในห้องหรือจากปัญหานอกห้องที่ไม่เกี่ยวกับหนูและเพื่อน ๆ เลย สาเหตุในห้องเรียนที่จะทำให้อาจารย์อารมณ์เสียก็มีได้หลายอย่าง เช่น อาจารย์เข้ามาในห้องแล้ว นักเรียนยังไม่ยอมเงียบเสียง ส่งเสียงคุยกันไม่หยุดไม่เกรงใจอาจารย์เลยหรือการบ้านที่สั่งไปนักเรียนทำไม่เสร็จ ยังไม่พร้อมจะเรียน ทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้อาจารย์หงุดหงิดได้ ซึ่งหนทางแก้ไขก็ไม่ยาก”
“เพียงแต่หนูต้องปรามเพื่อน ๆ ให้อยู่ในความสำรวมเมื่ออาจารย์เข้าห้อง เตรียมเอกสารหรือสมุดการบ้านที่อาจารย์สั่งให้ส่ง ทำตามหน้าที่ของนักเรียนทุกครั้งอย่างเรียบร้อย อยู่ในความสงบ เมื่ออาจารย์เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นระเบียบมากขึ้น ท่านจะได้มีกำลังใจสอนต่อไป”
“กรณีที่หนูสงสัยว่า ทำไมครูอาจารย์ไม่พูดดี ๆ ไม่อธิบาย หากนักเรียนอยู่ในความสงบ ตั้งใจเรียน อะไรที่ไม่เข้าใจหนูต้องกล้าที่จะลุกขึ้นและถามท่านตรง ๆ ขอให้ท่านอธิบายใหม่ บอกท่านว่า หนูไม่เข้าใจค่ะ ช่วยอธิบายใหม่”
“หนู ๆ ลองนึกภาพนะคะ หากนักเรียนอยู่ในความสงบแล้ว ซักถามอาจารย์แล้ว ท่านยังแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวไม่พอใจ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม สายตาของนักเรียนที่จ้องมองท่านกันทุกคน จะทำให้ครูอาจารย์หวั่นไหวและได้สติเอง แต่หากทุกคนมัวแต่ส่งเสียงเล่น ก็จะทำให้อาจารย์ยิ่งโกรธมากขึ้น
“อย่างไรก็ตาม หากอาจารย์ท่านใด แสดงพฤติกรรมเช่นนั้นอยู่เสมอ เป็นประจำไม่ว่านักเรียนจะแก้ไขปรับปรุงตัวแล้วก็ตาม ก็อยากให้นักเรียนมองข้ามไปบ้าง ให้อภัยท่าน เพราะท่านอาจมีปัญหาที่บ้าน หรือปัญหาส่วนตัว ท่านอาจทำไม่ถูกต้องที่เอาอารมณ์มาระบายกับนักเรียน แต่นักเรียนต้องนึกไว้เสมอว่า คนที่เป็นครูจะต้องยืนอยู่หน้าชั้นเรียนไปอีกนานมาก แต่นักเรียนเข้ามาเรียนกับอาจารย์คนนี้ไม่นาน ก็ต้องเปลี่ยนอาจารย์หรือย้ายไปเรียนต่อโรงเรียนระดับที่สูงขึ้น ชีวิตของนักเรียนจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ก็ต้องเก็บสะสมแต่อารมณ์และความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่ดีก็วางไว้ที่เดิมหรือโยนทิ้งไป ไม่ต้องไปยึดติด ไม่ต้องถือสา ให้อภัยท่านเสีย แล้วตัวเราจะรู้สึกดีขึ้นกับทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเราค่ะ
“ในกรณีนี้ น้อง ๆ อาจคิดว่า นั่นไม่ใช่ทางออกของปัญหา เพราะสิ่งที่หนูต้องการให้แก้คือ แก้นิสัยหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของครูอาจารย์ แต่อยากจะบอกให้น้อง จดจำไว้ว่า การจะแก้ไขผู้อื่น เป็นเรื่องยากมากกว่าที่เราจะปรับปรุงแก้ไขนิสัยของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นควรเริ่มที่ตัวเองก่อน โดยพยายามมองเหตุการณ์อย่างที่พี่กล่าวมาข้างต้นค่ะ”

 
ครูชอบลงโทษรุนแรง
น้องแซม
แซม "อาจารย์พละที่โรงเรียนผมชอบลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรง เช่น เตะ ต่อย ถีบ หรือหากมีอะไรในมือ นักเรียนทำไม่ถูกใจ อาจารย์ก็จะขว้างของในมือมาใส่พวกเรา บางทีก็ขว้างด้วยเก้าอี้ นอกจากนั้นยังด่าทอด้วยวาจาหยาบคาย แรก ๆ เข้าเรียนมัธยม 1 มา นักเรียนก็เกรงใจไม่กล้าโต้แย้ง คิดว่าการโต้ตอบครูเป็นมรรยาทที่ไม่ดี แต่จนถึงปีนี้ มัธยม 6 แล้ว เราก็ยังโดนกันเหมือนเดิม จะไปปรึกษาใครก็ไม่ได้ เพราะครูพละสนิทกับผู้อำนวยการ ครูพละคนนี้ครั้งหนึ่งเคยทะเลาะกับครูผู้หญิง ครูพละตบครูผู้หญิงกระเด็นไป มีเรื่องถึงโรงพัก แต่ครูพละก็ยกมือไหว้ขอร้องครูผู้หญิงไม่ไห้เอาเรื่อง เธอก็ไม่เอาเรื่อง แต่ไม่นานครูผู้หญิงก็ถูกย้ายไปโรงเรียนอื่น นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ครูอาจารย์คนอื่นไม่อยากยุ่งด้วย แต่ผมสงสารเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่จะต้องทนโดนอาจารย์พละรังแกกันคนละหลายปีกว่าจะเรียนจบ ผมควรทำอย่างไรครับ ?"
ฮอทไลน์ "จากคำถามของน้อง ซึ่งกำลังเรียนอยู่มัธยม 6 หลังจากทนกันมาหกปี ก็เชื่อว่าได้พยายามอดทนกันจนถึงที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม พี่ก็ยังมองว่า นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์หรือโดนทำร้ายดังที่พูดมา น่าจะพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านบ้าง และก็ควรจะเล่าให้ครูหลาย ๆ คนรับรู้ไว้ เพราะถ้าไม่พูดเลยหรือมีเพียงนักเรียนบ่นคนเดียว ครูอื่น ๆ อาจไม่ให้ความสนใจ แต่ถ้าพูดกันหลาย ๆ คน พูดบ่อย ๆ ทุกครั้งที่โดนทำร้ายหรือลงโทษ ก็จะทำให้ครูอาจารย์เริ่มสนใจและจับตามองบ้าง อาจทำให้ครูพละท่านนั้นมีความระมัดระวังมากขึ้น หรืออาจปรึกษาครูอาจารย์ที่ปรึกษา หรือทำเรื่องร้องเรียนถึงผู้อำนวยการโรงเรียนโดยตรงก็ได้ ท่านจะได้ทำการสอบสวนเรื่องราว”
“นอกจากนั้น การที่นักเรียนบอกคุณพ่อคุณแม่ถึงพฤติกรรมครูพละ ปกติจะมีการประชุมผู้ปกครองกัน คุณพ่อคุณแม่อาจนำเรื่องนี้มาพูดคุยและปรึกษากันว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรต่อไป เพราะคุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่ต้องปกป้องลูกจากการที่ครูหรือทางโรงเรียน ลงโทษเด็กรุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือหากทำแล้วไม่ได้ผล สมัยนี้น้อง ๆ ใช้ E-mail กันเก่งตั้งแต่มัธยมต้น ก็ลองส่งอีเมล์ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ ท่านจะได้รับรู้ไว้บ้างนะคะ”
 
ทำไมครูอาฆาต 
น้องจริยา
มาช่า
" ตามจรรยาของครู เมื่อนักเรียนทำผิด ทำไมต้องอาฆาตพยาบาท ?"
ฮอทไลน์

"ปกติครูอาจารย์ ก็ยังเป็นปุถุชนอยู่ มีรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่ใครจะมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีกว่ากัน การเป็นครูอาจารย์ เมื่อนักเรียนทำผิด ก็ต้องตักเตือนลงโทษไปตามปกติ เพราะความเป็นเด็ก ขาดประสบการณ์ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งเมื่อตักเตือนลงโทษไปแล้ว นักเรียนต้องไปแก้ไขไม่ทำผิดอีก แต่ถ้ายังผิดเหมือนเดิม ครูอาจารย์ก็ต้องย้ำเตือนเรื่อยไป ลักษณะนี้ไม่ใช่การอาฆาตพยาบาท แต่เป็นการพยายามจะแก้ไขนักเรียน”
“การอาฆาตพยาบาทหมายถึง เมื่อนักเรียนโกรธครู แล้วไปแกล้งทำของครูให้เสียหาย ครูผูกใจเจ็บ ถึงนักเรียนจะขอโทษแล้ว ครูก็ยังพยายามหาเรื่องแกล้งให้นักเรียนคนนั้นสอบตกในวิชาของท่าน หรือหาเหตุให้นักเรียนคนนั้นเดือดร้อนทางกาย ซึ่งโดยปกติวิสัยคนเป็นครูจะต้องรู้จักให้อภัยนักเรียน และอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยความเมตตา ไม่อาฆาตพยาบาท”
“อย่างไรก็ดี หากนักเรียนมีความรู้สึกว่า ครูคนหนึ่งคนใดมีพฤติกรรมและการกระทำเหมือนอาฆาตพยาบาทนักเรียน ก็อย่าได้ถือสา ให้มองข้ามไปเสีย พยายามเรียนให้จบ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับครูท่านนั้น นานไป ท่านก็จะรู้ตัวเองว่า ไม่มีนักเรียนคนไหนอยากเข้าใกล้ท่าน”

 
อาจารย์เจ้ากี้เจ้าการ
เลิศพร
เลิศพร สมมติว่า อาจารย์ให้เราออกความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เช่น งานนิทรรศการของนักเรียน บอกให้นักเรียนจัด แต่สภาพงานกลายเป็นความคิดของอาจารย์ (แบบโบราณ) ทั้งที่เป็นงานของนักเรียน ทำไมอาจารย์ต้องเจ้ากี้เจ้าการ ไม่ฟังความคิดเห็นของนักเรียน พอเสนอเรื่องอะไร บอกได้คำเดียวว่า ไม่เห็นด้วย ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วจะให้นักเรียนจัดไปทำไมคะ?" "
ฮอทไลน์ “นั่นสิคะคุณครู ให้หนู ๆ จัดทำไม คุณครูมีความเห็นอันใด ก็จัดการไปเลยก็ได้ พี่เห็นด้วยค่ะ แต่ลองฟังความเห็นที่น่าสงสารและน่าเห็นใจของคุณครูบางท่านที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ดูนะคะ ท่านบอกว่า การจัดบอร์ดนิทรรศการนั้น ก็เพื่อแสดงผลงานหรือผลการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงที่หากมีผู้ใหญ่จากกระทรวงมาดูงาน มาเยี่ยมเยียน ถ้านิทรรศการออกมาดี ครู ๆ ก็จะได้รับคำชมเชย แต่หากไม่ดี ท่านผู้ใหญ่ก็อาจสงสัยว่า สอนอะไรได้กันแค่นี้ มาตรฐานที่ถูกกำหนดโดยผู้ใหญ่จากกระทรวงทำให้ ครูอาจารย์กลัวว่าจะมีผลกระทบต่อการสอนของครู ครูจึงกลัวใจนักเรียนว่าจะคิดได้ไม่ตรงกับที่ครูสอน ครูก็เลยช่วยจัดการคิดอย่างที่ครูสอนเสียเลย กลายเป็นนิทรรศการของ "ครู" ไป กรณีนี้นักเรียน น่าจะแนะนำครูอาจารย์ให้จัดบอร์ดสองส่วนเลย เป็นการประชันกันระหว่างของครูกับของนักเรียนนะคะ!"
 
ยุ่งกับทรงผมหนูจัง
น้องซ่า
น้องซ่า
"ความคับข้องใจมากที่สุดในโรงเรียนนี้และเป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุด คือเรื่องทรงผม อาจารย์ต้องการให้ติดกิ๊บหน้าผากให้เรียบร้อย อยากทราบว่าควรทำอย่างไรดี ที่จะให้อาจารย์ทราบถึงความรู้สึกที่คับข้องใจนี้"
ฮอทไลน์

"โอ๊ย สมัยไหน ๆ ก็เหมือนกันเลยนะ ไม่ยอมให้หนู ๆ ได้วิ่งตามแฟชั่นกันบ้างเลย หนู ๆ ก็เลยรู้สึกคับข้องใจ อยากให้อาจารย์รู้ถึงความรู้สึกของหนูเรื่องทรงผม ความจริงอาจารย์ท่านก็รู้เพราะท่านก็เป็นเด็กมาก่อน แต่ตอนนี้ท่านอาจลืมไปแล้วว่าเด็กรู้สึกอย่างไร ก็ไม่เป็นไร หนูก็บอกคุณครูตรง ๆ เลยนะคะว่าหนูอยากทำผมให้ปรก ๆ หน้าผากหน่อย หนูบอกได้ หนูมีสิทธิที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของหนูเองนะคะ แต่ครูเป็นผู้รักษากฎระเบียบ รับรู้แล้วก็ยังไม่อนุญาติอยู่ดี ก็ต้องเคารพสิทธิของความเป็นครูกันบ้างนะคะหนู ๆ ทั้งหลาย"

 
อาจารย์ขี้ดุ
นายแม็ค
นายแม็ค "ทำไมอาจารย์บางท่าน ถึงดุมาก มาก มาก ยังกับ…..?"
ฮอทไลน์ "เอ้า…ว่าไปเลย เหมือนกับอะไรคะท่านนักเรียน พูดแล้วสบายใจ พูดออกมาเลย แล้วที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ดุเหมือนคุณครูหรือเปล่าคะ?"
นายแม็ค "สำหรับอาจารย์ที่ดุ ๆ เราเป็นนักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรคะ"?"
ฮอทไลน์ "น้องเคยได้ยินที่เขาพูดกันไหมคะว่า ครูที่ดุ ๆ น่ะ ความจริงมักเป็นคนใจดีใจอ่อน แล้วก็เลยกลัวใจตัวเอง กลัวว่าถ้านักเรียนทำผิดแล้วจะไม่กล้าดุ ก็เลยต้องวางท่าเคร่งขรึมให้ดุ ๆ หน่อย เด็ก ๆ เห็นแล้วเกรงกลัวต้องเชื่อฟัง จะได้ผ่อนแรงไปเยอะเลย แค่เห็นหน้าดุก็จ๋อยแล้ว เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ต้องรู้จักสุภาษิตที่ว่า ทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน คือเห็นครูทำหน้าเครียดหน้าดุ เราก็ไม่ต้องไปกังวล นึกเสียว่า การที่ท่านแสดงเช่นนั้นเป็นปัญหาของท่านเอง ไม่เกี่ยวกับน้อง ๆ เลย เห็นหน้าท่านก็ยกมือไหว้ ยิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติของการเป็นเด็กดี เด็กน่ารัก ไม่ต้องไปรับอารมณ์เครียดของท่าน แต่….น้อง ๆ ต้องแน่ใจนะคะว่า น้องเองก็ไม่ได้ทำผิดกฎระเบียบข้อไหนของโรงเรียน หากเราไม่ได้ทำผิดอะไร ยิ้มไว้ก่อนเลยค่ะ ไม่ต้องกลัว ยิ้มเข้าไว้ แล้วคนทั้งโลกก็จะยิ้มไปกับเราด้วยค่ะ"
 
การบ้านมากจังเลย
น้องมานะ
มานะ
"อึดอัดใจกับวิชา เรียนบางวิชาที่อาจารย์ให้งานมากเกินไป เช่น ให้ทำรายงานซึ่งเยอะมาก และงานก็มาชนกับอีกวิชาหนึ่งซึ่งต้องใช้เวลาฝึกซ้อมมากในตอนเย็น จึงไม่มีเวลาเลย ต้องไปห้องสมุด และต้องซ้อมกิจกรรมด้วย ทำให้ไม่มีเวลากับวิชาอื่น?"
ฮอทไลน์

"น่าเห็นใจเรื่องนี้จริง ๆ พี่เห็นเป็นกันทุกโรงเรียนเลย บางทีเห็นเด็กบางคนเล่นดนตรีเก่ง ครูให้ไปซ้อมออกงานแสดงเป็นชื่อเสียงของโรงเรียน กลับมาสอบวิชาภาษาอังกฤษตกโดนอาจารย์อีกท่านด่าว่าหาว่าไม่สนใจเรียน ไม่รู้ครูอาจารย์โรงเรียนนี้พูดกันบ้างหรือเปล่า ดูจะสนใจแต่งานของตนเท่านั้น ไม่สนใจเลยว่า ลูกศิษย์หรือนักเรียนจะต้องทำอะไรกันบ้าง น้อง ๆ คงต้องนั่งคุยกันกับเพื่อน ๆ แล้วจดเป็นบันทึกรายงานเลยว่า งานครูอาจารย์คนไหนสั่งแล้วไปชนกับของครูอาจารย์คนไหน น้องต้องทำอะไรกันบ้าง และจะมีเวลาทำได้อย่างไร ลองนั่งคุยจัดเวลาเรียน หรือไม่ก็ต้องผู้อำนวยการโรงเรียนให้จัดเวลาว่างสักหนึ่งสองชั่วโมงเลย สำหรับนักเรียนจะได้เรียนรู้ในการจัดการสับหลีกวิชาเรียนไม่ให้ชนกัน ไม่อย่างนั้นจะแย่เอากว่าจะเรียนจบนะคะ! แล้วน้องเคยคุยเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่บ้างหรือเปล่าค่ะ หาเวลาคุยกันบ้างนะคะ กับเพื่อน กับครูอาจารย์ หรือกับพ่อแม่ก็ได้ค่ะ อย่างน้อยผู้ใหญ่จะได้รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน"

 
ชอบเรียนแต่ไม่ชอบเจ้าของวิชา
น้องคิดตี้
คิดตี้ "ถ้าหนูไม่ชอบอาจารย์ที่สอนวิชานั้น แต่ชอบวิชานั้น เราจะแก้ไขอย่างไรดี?"
ฮอทไลน์ "หนูรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องเรียนกับอาจารย์ที่หนูไม่ชอบ แต่บังเอิญหนูชอบวิชานี้ แสดงว่าอาจารย์ท่านนี้ก็สอนได้ดีพอสมควร หนูจึงสนใจและเข้าใจได้ ก็ไม่เป็นไร กรณีนี้เข้าข่ายสุภาษิต เกลียดตัวกินไข่ ไม่ชอบครูแต่สอนรู้เรื่องดีหนูจึงชอบเรียน ก็ไม่ต้องไปมีอารมณ์หรือสนใจที่ตัวครูนะคะ สนใจแต่ว่าครูพูดอะไรสอนอะไรก็พอแล้วค่ะ ส่วนครูจะสวยหรือแต่งตัวเชยก็ปล่อยครูไป จดจำเฉพาะที่ครูพูดก็พอค่ะ!"
 
อาจารย์ยึดตัวเองเป็นใหญ่
น้องอิสระ
อิสระ
"สมัยนี้เป็นสมัยประชาธิปไตยกันแล้ว แต่ทำไมครูอาจารย์บางท่านยังปกครองนักเรียนแบบเผด็จการอยู่ครับ?"
เสรีภาพ "ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมอาจารย์ถึงเคารพแต่เหตุผลตนเอง ไม่ยอมฟังนักเรียนบ้างเลย ผมละเบื่อ!"
ฮอทไลน์

"รู้สึกคำถามสองข้อข้างบนนี้จะหมายความเดียวกันนะคะ คือน้องรู้สึกว่า ครูอาจารย์เป็นเผด็จการไม่ฟังนักเรียนบ้างเลย จะเอาแต่ความคิดคำสั่งของตนมาใส่ให้นักเรียนเท่านั้นเอง การเป็นนักเรียนไม่ว่าสมัยไหน ๆ ก็รู้สึกเช่นนี้กันทุกคน แต่บางครั้งเราก็ต้องฟังนะคะว่า อะไรคือสิ่งที่เราไม่ชอบไม่อยากฟัง เพื่อจะได้จดจำไว้ว่า วันหนึ่งเมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นครูอาจารย์ จะได้ไม่ทำอย่างที่นักเรียนไม่ชอบ ครูก็คือผู้อบรมสั่งสอน มีทั้งสิ่งดี ๆ มากมายที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและประเทศชาติได้ ส่วนที่ไม่ดี ครูก็สอนว่า อย่านำไปใช้ อย่าทำต่อไป ครูผู้สอนทั้งบทเรียนดีและบทเรียนที่ไม่ดี สำคัญที่เราต้องมีสติและปัญญา ในการไตร่ตรองและพิจารณานำไปใช้เฉพาะที่เหมาะที่ควร”
“แต่ถ้าเราไม่ชอบ ไม่ฟัง ไม่จดจำ ไม่เรียนรู้ วิถีชีวิตและวิธีการในการสั่งสอนและเรียนรู้ก็จะวนเวียนอยู่ที่เดิม อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินว่าอะไรดีไม่ดี ต้องฟังความเนื้อหาและเหตุผลในแต่ละขั้นตอนให้ได้เสียก่อน เช่น กรณีอาจารย์ท่านนี้ อดีตท่านอาจรู้สึกและคิดเหมือนน้อง แต่ท่านไม่ฟังความ วันหนึ่งเมื่อกลายเป็นอาจารย์ ท่านก็อาจเป็นเหมือนที่ท่านไม่ชอบนั่นแหละ แล้วยังทำให้เราไม่ชอบไปด้วย จำไว้นะคะ อะไรไม่ดีอย่าไปเอาอย่าง!”

 
อาจารย์ชอบเม้าเผาลูกศิษย์
น้องนัท
นัท "อาจารย์บางท่าน (ส่วนมาก) เวลาอยู่ต่อหน้าเรา ก็พูดดีกับเรา แต่พออยู่กับอาจารย์ด้วยกันเอาเราไปเผาเกลี้ยง ประเภทชอบเม้าแตก จะทำอย่างไรดี?"
ฮอทไลน์ ์ "น้องรู้สึกไม่พอใจที่ครูอาจารย์นำเรื่องน้องไปพูดกัน พี่เข้าใจว่าการที่น้องเล่าเรื่องน้องให้ฟังก็เพราะไว้ใจครูอาจารย์ท่านนั้น เมื่อรู้ว่าท่านนำเรื่องน้องไปพูดกันน้องจึงรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลัง ความจริงพี่เชื่อว่าครูอาจารย์ทุกท่านรู้สึกภูมิใจที่น้องปรึกษาท่าน และการที่ท่านคุยกันเรื่องน้อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรู้สึกปลื้มใจ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะรู้สึกรักใคร่เอ็นดูน้อง นอกจากนั้นก็เป็นการบอกกล่าวให้ครูอาจารย์รับรู้กันไว้ จะได้ไม่จับผิดหรือมองน้องไปในทางลบ ซึ่งครั้งต่อไปเมื่อเล่าแล้ว น้องก็ต้องบอกท่านตรง ๆ ว่าไม่อยากให้ใครรู้ กรุณาเก็บเป็นความลับด้วย”
“อย่างไรก็ตาม ความลับมักเป็นเรื่องหนักใจเหมือนแบกหามของหนัก การไม่มีความลับนับว่าสบายใจที่สุด การที่น้องนำเรื่องส่วนตัวไปปรึกษาอาจารย์นับว่าทำถูกต้องแล้ว เพราะเรื่องส่วนตัวควรพูดกับคนที่ควรพูดเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงเรื่องส่วนตัวของเรา ย่อมไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผู้ใด ถึงจะมีใครรู้ก็ไม่เกิดประโยชน์กับคนนั้น หรือหากใครเอาไปเล่านินทา ยิ่งเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ คนจะมองคนที่ชอบนำเรื่องคนอื่นไปนินทาเป็นคนเพ้อเจ้อเหลวไหล ไม่ใช่คนดี เพราะฉะนั้นเมื่อน้องตัดสินใจเล่าเรื่องให้ครูฟังไปแล้ว น้องก็ทำใจให้สบายดีกว่าค่ะ"
 
อาจารย์ชอบเปรียบเทียบผลการเรียน
น้องเก่งกาจ
เก่งกาจ
”จากการที่อาจารย์ที่ปรึกษาชอบนำผลการเรียนจากห้องหนึ่ง ไปเปรียบเทียบกับอีกห้องหนึ่งที่เรียนแผนกเดียวกัน พวกเราก็รู้ว่า อาจารย์ท่านต้องการให้รามีการกระตือรือร้น แต่การพูดเช่นนี้ เป็นการทำให้เราเสียใจมาก เพราะเราทำอย่างดีที่สุดแล้วก็ยังสู้ไม่ได้ ทำไมอาจารย์ไม่เห็นใจเราบ้าง?"
ฮอทไลน์

"ฟังดูเรื่องนี้ น้องรู้สึกเหนื่อย และท้อแท้มากที่พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่ดูเหมือนอาจารย์ไม่เข้าใจ ไม่เห็นใจ ในกรณีนี้อาจารย์อาจคิดว่าน้อง ๆ มีศักยภาพมากกว่านี้ น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ท่านจึงได้พยายามนำผลการเรียนของอีกห้องมาพูดให้ฟัง อย่างไรก็ตาม หากน้อง ๆ คิดว่านี่ก็พยายามเต็มที่แล้ว ก็ได้เท่านี้แหละ ก็ไม่ต้องไปคิดอะไร บอกเพื่อน ๆ ว่าทำใจให้สบายก่อนดีกว่า ปล่อยให้อาจารย์เป็นเชียร์ลีดเดอร์ไปคนเดียวก่อน เดี๋ยวพวกเราหยุดพัก หายเหนื่อยค่อยพยายามกันใหม่!"

 
คำถามแย่ๆ ของอาจารย์  
น้องมั่น
มั่น "ถ้าคุณครูมาถามว่า นี่เธอไม่รู้ตัวหรือ จะทำอย่างไร?"
ฮอทไลน์   "คุณครูน้องถามว่า…เธอไม่รู้ตัวหรือ พูดแค่นี้แล้วน้องจะรู้ตัวได้อย่างไรล่ะคะ! หนูก็ตอบไปได้เลยค่ะว่า ไม่ทราบค่ะ เพราะคุณครูยังพูดไม่หมดว่าเรื่องอะไร นอกจากว่า น้องก็รู้แล้วว่าทำผิดอะไร และจะต้องแก้ไขอย่างไร แต่ทำเป็นไม่รู้ หรือยังไม่ได้ทำ ครูจึงได้ถามเช่นนั้น เมื่อไม่รู้ก็ถามท่านตรง ๆ ดีที่สุดค่ะ”
 
อาจารย์ชอบเบ่ง
นายเข้ม
นายเข้ม
"ผมรู้สึกว่า อาจารย์ในโรงเรียนบางคนที่ผมไม่ชอบเพราะว่า เขาเป็นคนที่ชอบเบ่งและต้องให้นักเรียนอยู่ในระเบียบ บางทีก็ตวาด ดุว่าหยาบ ๆ ก็เมื่อเป็นครูเรียนมาสูง ๆ แล้วก็ควรใช้วาจาที่ไพเราะพูดกันดี ๆ ก็ได้นี่ครับ ไม่จำเป็นต้องดุด่าหรือพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทำให้ผมไม่ชอบ จะให้ทำอย่างไรครับ?"
ฮอทไลน์

"น้อง ๆ ทราบหรือเปล่าคะว่า คนที่ชอบเบ่งนั้นก็เหมือนกับอึ่งอ่างที่ชอบพองตัวให้ใหญ่ขึ้น เพราะกำลังกลัวว่าจะถูกรังแก คนก็เช่นกันค่ะ เขารีบวางท่าใหญ่โตเอาไว้ก่อนเพราะความรู้สึกกลัวของเขา คนที่ประพฤติเช่นนี้ อาจมีปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัวหรือเป็นคนอ่อนแอ มีความวิตกกังวลว่าจะโดนรังแก ซึ่งเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ความกลัวของเขา มาทำให้น้อง ๆ ต้องกลัวไปด้วย คนเรากลัวเกรงกันที่เหตุผลมากกว่า ยิ่งถ้าเขาชอบตวาด ใช้วาจาหยาบคาย ทำหน้าบึ้งตึง ต้องมองว่าเขาคงจะเครียด ไม่ปกติ เพราะคนปกติ โดยเฉพาะครูอาจารย์ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส สุขภาพจิตดี พูดจาดี ๆ และพูดสุภาพไม่หยาบคาย พบเห็นคนประเภทนี้ก็หลบเลี่ยงเสีย อย่าไปถือสาต่อปากต่อคำด้วย มองว่าครูอาจารย์ท่านนั้นไม่ค่อยสบาย ปล่อยท่านไปเถอะ ให้อภัยท่าน

 
อาจารย์พูดจากระทบกระแทก 
สุภาพ
สุภาพ “อาจารย์ประเภทที่ชอบพูดจากระทบกระแทกแดกดันเด็กนักเรียนอยู่เสมอ ๆ เราควรจะทำอย่างไรดี?"
ฮอทไลน์ "น้องไม่ชอบให้มีการพูดกระทบกระแทกแดกดัน คงฟังแล้วไม่สบายหู คนส่วนใหญ่ก็คิดและรู้สึกเช่นนั้น แต่ก็ยังมีผู้คนมากมาย รวมทั้งครูอาจารย์ที่พูดจาสื่อสารตรง ๆ ไม่เป็น หรือหลายคนก็ชอบพูดเล่นเป็นสำนวน ทำให้คนอื่นสับสนไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม หากน้องไม่ชอบครูอาจารย์ที่พูดลักษณะนี้ มองข้ามไปได้อย่าถือสา นึกเสียว่าครูสื่อสารตรง ๆ ไม่เป็น ก็ไม่ต้องไปใส่ใจ เราจะได้ไม่เสียสุขภาพจิตไปด้วย แต่หากน้องคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ก็ค่อย ๆ บอกกับอาจารย์คนนั้นตรง ๆ ไปว่า 'หนูไม่ชอบที่อาจารย์พูดกระทบกระแทก กรุณาพูดกับหนูตรง ๆ ก็ได้ค่ะ!' นั่นคือน้องต้องบอกให้อาจารย์ทราบว่า สิ่งที่อาจารย์กระทำอยู่ น้องไม่พอใจ และน้องอยากให้มีการแก้ไข ซึ่งวิธีเดียวกันนี้ อาจารย์สามารถบอกนักเรียนให้รู้ตัวว่าพฤติกรรมอะไรที่ครูอาจารย์ไม่พอใจ แล้วต้องการให้นักเรียนแก้ไขอย่างไร จะเป็นการสร้างสรรค์มากกว่าการพูดกระทบกระแทกแดกดัน แต่ไม่มีการแก้ไข"
 
อาจารย์เอาเปรียบหนู
น้องกี้
น้องกี้
"ทำอย่างไรกับครูอาจารย์ที่ชอบเอาเปรียบนักเรียน เช่น ชอบฝากซื้อของแล้วไม่จ่ายเงิน เด็ก ๆ ไม่กล้าไปทวง"
ฮอทไลน์

"น้องคงรู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมของครูอาจารย์ ที่ควรทำตัวให้เป็นที่เคารพของเด็ก ๆ แต่กลับเป็นคนมาเอาเปรียบเด็ก ๆ เสียเอง พี่เองก็รู้สึกละอายใจแทนครูอาจารย์เหล่านั้นมาก แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้น้องได้มองเห็นความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ครูก็เหมือนคนทั่ว ๆ ไป มีทั้งครูดี และครูที่ไม่ดี จดจำแต่สิ่งดี ๆ ที่ครูอาจารย์พูดและสอน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตของเรา แต่สิ่งที่ครูทำไม่ดี ก็จำไว้ว่าอย่าทำอย่างนั้น เมื่อเราเติบใหญ่ เป็นผู้ใหญ่ต่อไปอย่าได้เอาเปรียบใคร เพราะย่อมจะมีคนมองเห็นและกล่าวว่าลับหลังเสมอ นึกไว้เช่นนั้น และจดจำประสบการณ์วันนี้ของเราเอาไว้ให้แม่นยำ”
“ส่วนจะแก้ไขอย่างไรกรณีนี้ หากครูฝากซื้อของก็บอกครูว่า หนูไม่มีเงิน ให้คุณครูเอาเงินมาฝากซื้อของ หรือเมื่อซื้อแล้วก็นำมาให้ครู พร้อมกับขอเงินตามจำนวนที่ใช้ซื้อของให้ครู และไม่ต้องกลัวที่จะทวงถามจากคุณครูตรง ๆ ว่า หนูต้องการเงินค่าขนมของหนูคืน แต่ที่ดีที่สุดก็ควรจะขอเงินคุณครูก่อนจะไปซื้อของ และเขียนเป็นรายการพร้อมเงินทอนให้คุณครูด้วย”

 
ไม่อยากไหว้อาจารย์ที่ไม่น่าเคารพ
น้องหน่อย
น้องหน่อย “การที่เราทราบว่า คนคนนั้นทำไม่ถูก แต่เขาโตกว่าเรา ทำให้ไม่น่าเคารพ แต่จำเป็นจะต้องทำความเคารพ แล้วทำให้รู้สึกว่า มันอึดอัด เช่น มีอาจารย์บางคนนำข้อสอบมาบอกนักเรียนก่อนสอบ เพราะไม่อยากมาคุมสอบอีก บอกชัดแจ้งมาก เมื่อหนูทราบ ทำให้ไม่อยากทำความเคารพและรังเกียจ ความรู้สึกนี้ผิดไหมคะ หนูเป็นคนไม่ดีหรือไม่คะ?”
ฮอทไลน์ “ความรู้สึกนี้ไม่ผิดหรอกค่ะ และไม่ได้หมายความว่า น้องจะเป็นคนไม่ดีที่คิดไปเช่นนั้น แต่ความรู้สึกที่มีอคติกับครู ทำให้ตัวน้องไม่สบายใจอย่างที่กำลังเป็นอยู่ ทั้งนี้เพราะน้องไม่เห็นด้วยกับวิธีที่ครูทำ และคิดว่าคนที่เป็นครูไม่ควรกระทำเช่นนั้นแสดงว่า น้องมีภาพลักษณ์ที่ดีงามเกี่ยวกับความเป็น “ครูอาจารย์” มาก ขณะเดียวกัน น้องคิดบ้างหรือเปล่าคะว่า ถ้าน้องเกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นเมื่อไร น้องจะให้อภัยครูบ้าง การให้อภัยเป็นความรู้สึกที่ดีงาม ทำให้เรามีความสบายใจ แล้วก็คิดจดจำเอาไว้ว่าอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรในความคิดของเราขณะนี้ ต่อไป เมื่อเราโตเราจะไม่ทำตามแบบนั้น ที่สำคัญครูเองคงไม่เจตนาที่จะทำให้นักเรียนไม่เคารพรัก แต่ครูก็เป็นเพียงปุถุชน อาจจะผิดพลาดไปบ้างหรือบางครั้งครูทำไปโดยไม่เจตนานี้ หรือไม่ตรงต่อความต้องการของศิษย์ จึงทำให้น้องรู้สึกไม่พอใจ และไม่ชอบ”
“ส่วนการที่ไม่อยากทำความเคารพเพราะรังเกียจน้องก็มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกเช่นนั้น แต่การแสดงความเคารพเป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคมไทย ที่พวกเราคนไทยทุกคนจะต้องช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรรมของคนไทยเอาไว้ ที่สำคัญ ‘การไหว้' หรือทำความเคารพไม่ทำให้ผู้ได้รับ หรือ ‘ครู' ได้อะไรเพิ่มขึ้น และผู้ที่ไหว้ก็ไม่เสียเงินเสียทองหรือเสียศักดิ์ศรีอะไร แต่กลับสะท้อนให้ผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักว่า ‘ผู้ไหว้' คือนักเรียน เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาทเป็นเด็กที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีจากครูอาจารย์และครอบครัว การไหว้จึงนับเป็นสิริมงคลกับคนที่ไหว้เอง นอกจากนั้นยังเป็นการเตือนผู้ถูกไหว้ให้ประพฤติตัวอยู่ในกรอบประเพณี และความดีงามเพื่อให้สมกับเป็นผู้ที่ได้รับการไหว้”
“เป็นไงคะ น้อง ๆ พี่ฮอทไลน์อธิบายยาวไหมคะ ทีนี้ หากเมื่อไรน้องรู้สึกรังเกียจไม่อยากไหว้ แต่ต้องไหว้ ก็ให้นึกเสียว่า เราทำเพื่อมารยาทและความเป็นสิริมงคลของตัวเองก็แล้วกันนะคะ แล้วเวลาไหว้ก็ขอให้ไหว้สวย ๆ นะคะ นึกเสียว่า เราทำเพื่อหน้าที่และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของคนไทย ก็จะทำให้ตัวเราสบายใจขึ้นค่ะ”
 
อาจารย์เห่อเด็กเก่ง
นายโอ
นายโอ
"อาจารย์ชอบโอ๋นักเรียนที่เรียนเก่ง ยิ่งถ้าสอบเอ็นทรานซ์ติด อาจารย์คุยไม่รู้จบว่าเป็นลูกศิษย์ฉัน แต่ถ้าคนไหนสอบไม่ติด ก็ไม่มองหน้าเลย ผมสังเกตเห็นเป็นกันทุกคนและทุกปี จนกลัวจะถึงวันตัวเองบ้าง จะทำตัวอย่างไรดี?"
ฮอทไลน์

"น้องเกรงว่าหากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ครูจะแสดงกิริยาปฏิเสธ น้องไม่ชอบการแสดงออกของครูอาจารย์ต่อนักเรียนทั้งที่สอบได้และสอบไม่ได้ พี่เข้าใจค่ะ และเคยเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ตลอดมาเช่นกัน จึงไม่อยากให้น้องถือสา แต่อยากให้พยายามเข้าใจและให้อภัยครูอาจารย์เหล่านั้น เพราะท่านสื่อสารแสดงความรู้สึกไม่เป็น โดยเฉพาะความรู้สึกเสียใจผิดหวัง และไม่กล้าจะปลอบใจนักเรียนที่ผิดหวัง กลายจะไปพูดทำให้นักเรียนสะเทือนใจมากขึ้น คนเราส่วนใหญ่ แสดงอารมณ์และความรู้สึกดี ๆ แสดงความดีใจ ได้ดีกว่า การแสดงความเสียใจปลอบใจ ทั้ง ๆ ที่คนที่ผิดหวังมักต้องการการปลอบใจมากกว่า คนที่สอบได้”
“น้องคงต้องจดจำไว้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และหากเป็นครูอาจารย์ต่อไปก็ขอให้รู้จักระมัดระวังในการแสดงความดีใจกับเด็ก ๆ ที่สอบได้พอสมควร และรู้จักปลอบใจให้กำลังใจนักเรียนที่สอบไม่ผ่านอย่างจริงใจ เพราะในความเป็นครู ก็ต้องให้ความใส่ใจกับนักเรียนอย่างยุติธรรมทุกคน”

 
อาจารย์ชายและหญิงทำตัวไม่เหมาะสม
วัลยา
วัลยา "หนูเห็นครูทั้งผู้หญิงผู้ชายบางคน คบหาเป็นคู่รักกันใกล้ชิด ทั้ง ๆ ที่ต่างก็มีครอบครัวแล้วยังทำตัวไม่สมควร แบบนี้จะมาสอนให้นักเรียนเชื่อได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองก็ประพฤติไม่ดี?"
ฮอทไลน์ "น้องรู้สึกไม่พอใจที่เห็นครูอาจารย์หญิงชายบางคู่คบหากันสนิทเกินความเป็นเพื่อน ซึ่งน้องเข้าใจว่าเป็นการคบกันอย่างชู้สาว ทั้ง ๆ ที่ต่างก็มีครอบครัวกันแล้ว เรื่องนี้ก็อาจเป็นไปได้ แต่อยากให้น้องมองว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของครูทั้งสองน้องไม่เกี่ยว นักเรียนทุกคนไม่ต้องไปสนใจ ตราบใดที่ความสัมพันธ์ของครูอาจารย์ทั้งสอง ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียน ปัญหาชู้สาวที่เขา(หากมีจริง) สร้างขึ้น ก็ต้องปล่อยให้เขาช่วยกันแก้ไขกันเอง เราไม่ควรไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะยังมีครูอาจารย์อื่น ๆ ในโรงเรียนอีกหลายท่านก็คงเห็น และคงพยายามจะตักเตือนกันแล้ว น้องเป็นเด็ก ๆ ก็ขอให้ตั้งใจเรียนในส่วนที่ครูสอนและเกี่ยวข้องอยู่เท่านั้น”
 
เพื่อนชอบอาจารย์หนุ่มคนใหม่
น้องเอิญ
น้องเอิญ
"เพื่อนหนูชอบอาจารย์ผู้ชายคนใหม่ เอาแต่นั่งฝันวัน ๆ ไม่ทำอะไรเลย หนูจะเตือนเขาอย่างไรดีคะ?
ฮอทไลน์

"น้องกังวลใจที่เห็นเพื่อนสาวแสดงท่าหลงใหลอาจารย์ชายคนใหม่ ความจริงในวัยรุ่นขณะนี้ ร่างกายของนักเรียนทุกคนมีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน อาจทำให้มีความสนใจเพศตรงข้ามเป็นพิเศษ และหลาย ๆ คนก็อาจพบเจอใครก็ถูกใจไปหมด แต่ไม่นานก็จะหายไปเอง น้องสามารถช่วยเพื่อนได้ โดยรับฟังเรื่องราวที่เธอเล่าให้ฟัง ไม่ต้องวิจารณ์หรือว่ากล่าว แต่ชักชวนเพื่อนไปออกกำลังกาย เล่นกีฬาบ่อย ๆ หากิจกรรมทำด้วยกัน เพื่อนจะได้ไม่เหงาและฟุ้งซ่านมากเกินไปค่ะ"

 
เพื่อนชายร่างใหญ่ชอบไปกับอาจารย์พยาบาล
ชาติชาย
ชาติชาย "เพื่อนผม เป็นผู้ชายครับ อายุ 16 ปี อยู่มัธยมหก ตัวโตสูงใหญ่ ตอนนี้เขาชอบกับครูสอนวิชาพยาบาลครับ ผมเห็นครูพยาบาลชอบมาชวนเพื่อนผมไปไหนด้วยเสมอ ๆ ผมจะห้ามเขาดีหรือไม่ครับ?"
ฮอทไลน์ "น้องอยากห้ามเพื่อนชายไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับอาจารย์พยาบาล น้องเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้นระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์พยาบาล ความจริงก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เพราะกำลังเรียนมัธยมหก กำลังจะจบและต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หากฟุ้งซ่านหรือไปทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนของตน ก็อาจไม่เป็นผลดีได้ น้องก็สามารถบอกเพื่อนให้สนใจเรื่องเรียนให้มากขึ้น หรือแจ้งให้พ่อแม่ของเพื่อนชายคนนี้ทราบ หากเกรงจะเกิดเรื่องไม่งาม น้องสามารถชวนเพื่อน ๆ ด้วยกัน คอยตามไปเป็นเพื่อน เพื่อกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่งาม ก็ทำได้ค่ะ"
 
อาจารย์ชอบลวนลามศิษย์สาว
ลูกเกด
ลูกเกด
"มีครูผู้ชายในโรงเรียนหนู ชอบทำตบหัว ลูบหลัง กอดไหล่ จับแขนจับแก้มพวกหนูเสมอ ๆ แต่พวกเราไม่ชอบเลย รู้สึกไม่ไว้ใจ แต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร กลัวครูจะหาเรื่องแกล้งกดคะแนนเรียนค่ะ?"
ฮอทไลน์

"น้องรู้สึกว่า เพื่อน ๆ ผู้หญิงและตัวน้องกำลังถูกลวนลามทางเพศ โดยอาจารย์ชายในโรงเรียน การมีความรู้สึก หรือสัญชาตญาณเตือนเราว่า น่าจะเป็นเรื่องไม่ดี ไม่เหมาะไม่ควร ต้องหาที่ปรึกษา โดยควรเล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟัง พูดกันเองในกลุ่มเพื่อน ๆ ที่โดน เล่าให้อาจารย์ผู้หญิงหลาย ๆ ท่านฟัง โดยบอกว่าอึดอัด ไม่อยากให้อาจารย์ชายมาทำเช่นนั้น และเมื่อจะต้องพบปะอาจารย์ชายท่านนั้น ก็ต้องตั้งหลักอย่าเข้าใกล้ มองหาทางที่จะวิ่งหนี อย่าไปอยู่กับอาจารย์สองต่อสอง พยายามป้องกันตนเองไม่ให้เกิดพฤติกรรมเช่นนั้นขึ้นอีกครั้ง หรือหากเกิดขึ้นอีก ก็ถอยหนี และบอกอาจารย์ชายอย่างสุภาพนุ่มนวลว่า หนูไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวหนูค่ะ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ และครูอื่น ๆ ฟัง ถือเป็นการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด ไม่ต้องกลัว และไม่ต้องอาย เพราะน้องไม่ได้ทำอะไรผิด ครูจะคิดอะไรหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับ ครูก็ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพนักเรียนในฐานะคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ตุ๊กตาที่ใคร ๆ จะหยิบจับมาเล่นก็ได้!"

 
อาจารย์คุมเรื่องผมยาว
สัญญา
สัญญา “อาจารย์ไม่ยอมให้นักเรียนไว้ผมยาวเกินปลายหูลงมา เพื่อนหลายคนโดยจับไปกร้อนมาแล้วเมื่อไม่ปฏิบัติตาม แต่หนูไม่เห็นจะเป็นความผิดที่ตรงไหน ไม่ดีอย่างไรกับการไว้ผมยาว จะพูดอย่างไร อาจารย์ถึงจะเข้าใจ ?”
ฮอทไลน์ “ความจริงก็คือ เมื่อเด็ก ๆ ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวอย่างเช่นที่น้องหนูกำลังเป็นอยู่ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กวัยรุ่นทุกคนอยากดูสวย และเด่นในสายตาคนทั่วไป อยากรู้สึกพึงพอใจกับตนเอง อยากรู้สึกว่าตัวเองได้ตัดสินใจจะทำ จะเป็นในสิ่งที่ตนพึงพอใจ ไม่อยากให้พ่อแม่ครูอาจารย์หรือใครมาคอยจับผิด ดุด่าว่ากล่าว ไม่อยากปฏิบัติตามคำสั่งครูอาจารย์พ่อแม่ตลอดเวลา เด็ก ๆ ต้องการยอมรับในฐานะของคนคนหนึ่งซึ่ง สามารถดูแลตนเองได้ เช่นเดียวกับการแต่งตัว ไว้ผมสั้นผมยาว น้องหนูไม่ต้องการให้ใคร ๆ มาบีบบังคับ น้องหนูอยากจะเป็นอย่างที่อยากเป็น และไม่ชอบคำสั่ง กับไม่พอใจที่มันมีขีดจำกัด จนไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่ทุกสถานที่ ทุกโรงเรียนล้วนมีระเบียบข้อบังคับเพื่อทำให้งานดำเนินไปตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ หากมีใครแหวกกฎได้ อีกหลาย ๆ คนก็จะทำได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องการไว้ผมยาวเกินไป ครูอาจารย์มองเห็นว่า จะทำให้ผมสกปรกง่าย เพราะเราอยู่เมืองร้อน หลายชอบสะบัดผม ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหา "ตาเหล่" ตามมาได้ หรือหลายชอบปล่อยให้ผมยาวรุงรังสกปรก ทำให้หมดความสดชื่น”
“กรณีที่ต้องการให้ครูเข้าใจความต้องการของนักเรียน แน่นอน ครูอาจารย์ย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่านักเรียนต้องการอะไร เพราะครูอาจารย์ก็ผ่านวัยเด็กมากันแล้วทุกคน แต่การฝึกปฏิบัติอยู่ในระเบียบเรียบร้อย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม น้องหนูควรจะพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการค่ะ”
 
เพื่อนหนูถูกข่มขีน
ลินดา
ลินดา
“พี่ค่ะ ถ้าเพื่อนผู้หญิงของหนูมาเล่าว่า ถูกข่มขืน หนูควรจะทำอย่างไรคะ ?”
ฮอทไลน์

“ถ้าเพื่อนมาบอกว่า ถูกข่มขืน ก่อนอื่นพี่อยากจะอธิบายให้น้องเข้าใจไว้ก่อนว่าการถูกข่มขืน ถูกทำร้ายร่างกาย หรือการถูกกระทำทางเพศเป็นเรื่องรุนแรงและร้ายแรงมาก ที่ไม่มีใครจะนำมาพูดเป็นเรื่องเล่น ๆ สนุกปาก เพราะพูดไปแล้วเท่ากับทำให้คนพูดเสียหาย จึงไม่มีใครพูดเรื่องที่นำความเสียหายมาสู่ตน เช่นกันเพื่อนที่บอกเล่าเรื่องนี้ หากไม่ทุกข์ใจจริง ๆ คงไม่พูดออกมาและแสดงว่า เพื่อนไว้ใจน้อง ถึงมาปรึกษาด้วยคะ ”
“น้องต้องให้กำลังใจเพื่อน ให้เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะแนะนำให้ปรึกษาอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ท่านไหนที่ไว้ใจได้ เพื่อจะหาทางช่วยเหลือ หรือจะโทรฯ มาปรึกษาที่ศูนย์ฮอทไลน์ก็ได้ จะได้หาทางว่าจะทำอย่างไรต่อไปและนำคนผิดมาลงโทษ”
“อยากให้น้องได้เข้าใจเอาไว้ว่า เมื่อเด็กหรือผู้หญิงที่ถูกข่มขืนหรือถูกกระทำทางเพศ จะโดยใครก็ตาม คนคนนั้นไม่ใช่คนที่น่าอับอายหรือเป็นคนร้าย เขาไม่ใช่คนผิด เขาคือผู้เสียหาย คนที่ทำร้ายผู้หญิงและเด็กคืออาชญากรที่จะต้องถูกประณาม และถูกลงโทษตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “พ่อ” หรือเป็น “ครูอาจารย์” ของคนนั้น หรือจะเป็นผู้ชายคนใดก็ตาม”
“โดยเฉพาะหากเพื่อนของน้องเป็นหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีลงมา ถึงเขาจะยินยอม ผู้ชายที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็จะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายเสมอ เพราะกฎหมายถือว่า หญิงชายอายุต่ำกว่า 15 ปียังไร้เดียงสา ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ยังตัดสินใจด้วยตนเองไม่ได้ กฎหมายจึงต้องปกป้องเด็ก ๆ ไว้เสมอ”

TOP BACK
www.DekDek.com @2004-2005 All Rights Reserved