:: เรื่องของพ่อแม่และครอบครัว
พ่อแม่ไม่รัก
“น้องป้อม” เป็นลูกชายคนเดียวของพ่อแม่ อายุ 13 ปี โทรมาคุยกับพี่ ๆ ที่ศูนย์ฮอทไลน์ถึงเรื่องของคุณพ่อ น้องป้อมรู้สึกว่าคุณพ่อไม่รัก เพราะคุณพ่อไม่ค่อยคุยด้วย มุ่งแต่ทำงานทั้งวัน เช่นเดียวกับน้องทิพย์
ฮอทไลน์
์“โถ…โถ…โถ…อย่าเพิ่งน้อยใจสิคะ…จริง ๆ แล้ว…ไม่มีความรักไหนยิ่งใหญ่มหาศาลเท่ากับความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกหรอกจ้ะ…ลูกอาจรู้สึกว่า…แม่ให้ความรัก ความเข้าใจ ความใกล้ชิดมากกว่าพ่อ…แต่มีใคร…รู้บ้างไหมว่า…ภาระหน้าที่ของพ่อมีอะไรบ้าง…พ่อเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว…หาเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ …ลองคิดดูสิ…งานที่คุณพ่อรับผิดชอบอยู่ทุกวันนี้เป็นงานที่หนักหรือไม่…การที่คุณพ่อไม่ค่อยได้ทักทายลูกไม่ได้หมายความว่า…คุณพ่อไม่รักนะคะ…บางครั้ง…คุณพ่อก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะสนใจอะไร…สนใจใคร…เพราะคุณพ่อทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับงานจนหมดสิ้นเพื่อครอบครัวแล้วมีใครบ้างไหม…ที่จะเข้าใจในความเหนื่อยยากของท่าน”
“…น้องเคยไหมที่เข้าไปทักทายคุณพ่อก่อน เช่น ถามคุณพ่อว่า “พ่อครับ…พ่อเหนื่อยไหมครับ” หรือเข้าไปบีบนวดคลายเมื่อยให้คุณพ่อบ้างหากมีโอกาสหรือเตรียมน้ำเย็น ๆ สักแก้วให้คุณพ่อดื่มชื่นใจยามที่ท่านกลับบ้าน หรือเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้คุณพ่อหัวเราะ…”
“คุณพ่อทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูก แล้วลูกล่ะ…จะทำอะไรเพื่อคุณพ่อบ้าง…ลองคิดดูสิคะ…
น้องทิพย
"พ่อแม่มีลูกสามคน หนูเป็นผู้หญิงลูกคนกลาง มีพี่สาวและมีน้องชายอย่างละคน เวลาอยู่บ้านรู้สึกเหงามาก คุณแม่ไม่ค่อยรัก ไม่เข้าใจว่าหนูต้องการอะไร คุณแม่รักพี่สาวและน้องชายมากกว่าหนู ไม่อยากอยู่บ้านเลย อยู่โรงเรียนมีเพื่อนแยะสนุกสนาน ยิ่งตอนปิดเทอมไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนจะได้ไม่เหงา?"
ฮอทไลน์

"น้องบอกว่าเหงาเวลาอยู่บ้าน แต่อยู่โรงเรียนสนุกมากเพราะมีเพื่อนมาก พี่อยากถามว่า ที่ผ่านมาน้องได้พยายามจะเป็นเพื่อนที่ดีของพี่สาว ของน้องชายและกับคุณพ่อคุณแม่หรือยัง นั่นคือมีส่วนร่วมในการทำงานในบ้านในทุก ๆ เรื่อง ช่วยทำความสะอาด ทำอาหาร ช่วยน้องทำการบ้าน จัดการแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ เช่น ดูแลน้อง ช่วยน้อง เล่นกับน้อง”
“บางทีการที่พ่อแม่เคารพสิทธิ์ของลูก ๆ ไม่จู้จี้จุกจิกกับลูก อาจทำให้ลูกคิดไปว่า พ่อแม่ไม่สนใจ ยิ่งหากเราคิดไปว่าพ่อแม่รักพี่ รักน้องมากกว่า ทำให้น้อยใจและไม่เข้าใกล้ โดยที่พ่อแม่อาจไม่รู้ว่าลูกคิดอย่างไร แต่เมื่อน้องเสียใจน้อยใจและปลีกตัวออกมา ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินและกลายเป็นความเงียบเหงามากขึ้น”
“พ่อแม่นั้นรักลูกทุกคน แต่ด้วยเหตุผลและการแสดงออกที่ต่างกัน เมื่อเห็นน้องเป็นคนเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ง่ายมีเพื่อนแยะ ก็อาจคิดว่าน้องเป็นคนเก่งเอาตัวรอดได้ มีสังคม พ่อแม่ก็ภูมิใจอยู่เงียบ ๆ และไม่จุกจิกกับน้อง อย่างไรก็ตาม การอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร ไม่ช่วยงานบ้าน ไม่รับผิดชอบอะไรในบ้าน ก็ทำให้เกิดความเหงาได้กับทุกคน หากน้องไม่ต้องการความรู้สึกเช่นนี้ ก็ให้พยายามพูดคุยกับพ่อแม่พี่น้องมากขึ้น ชวนไปเที่ยวด้วยกัน ซื้อของทำกับข้าว ทำขนม อ่านหนังสือฟังเพลง ดูโทรทัศน์กับพี่น้อง เหล่านี้ทำให้หายเหงาได้นะคะ อย่าอยู่ตามลำพังแล้วคิดฟุ้งซ่านจะติดเป็นนิสัย และหากไม่มีใครปรึกษาด้วย ก็โทรฯ มาได้ที่พี่ฮอทไลน์ค่ะ!"

 
พ่อแม่เข้มงวดมาก
น้องมยุรี และ น้องนวล
น้องมยุรี “น้องมีเรื่องเกี่ยวกับทางบ้านอยากจะปรึกษาพี่ค่ะ คือน้องเป็นลูกสาวคนเดียวค่ะ คุณพ่อเสียชีวิตไปนานพอสมควร อยู่กับคุณแม่สองคน คุณแม่เป็นคนที่เข้มงวดกวดขันกับน้องมากน่ะค่ะ น้องกลุ้มใจมาก คุณแม่จะคอยจับผิดเวลาน้องกลับบ้านช้า ถ้าสมมติวันนั้นน้องเลิกเที่ยงตรงนะคะ กลับบ้านบ่ายสองโมงคุณแม่จะถามว่าไปไหนมา ทำไมกลับบ้านช้า ไปเที่ยวเถลไถลมาหรือ อะไรทำนองนี้ค่ะ และคุณแม่ก็เป็นคนที่ไม่ชอบให้น้องแต่งตัวสีต่าง ๆ บอกว่าไม่สุภาพ จะใส่ตุ้มหู คาดผมด้วยที่คาดสีแดงไปโรงเรียนก็ไม่ได้”
“ตอนนี้น้องเรียนอยู่ ม.6 แล้วนะคะ บางครั้งต้องแอบทำอะไรต่าง ๆ ที่คุณแม่ไม่รู้ แต่ว่ารู้สึกไม่ดีเลยค่ะเหมือนกับว่าเป็นคนสองคนในเวลาเดียวกัน ถ้าน้องไม่เชื่อฟังคุณแม่จะโกรธ จนต้องง้อท่านนานทีเดียว บางครั้งอาจพูดกระแนะกระแหน และอาจขู่ว่าจะไม่ส่งเสียให้เรียนต่อไปอีกแล้วค่ะ จะพาไปอยู่ที่อื่น…ต่างประเทศนะค่ะ คือน้องมีเพื่อนผู้ชายอยู่ที่นี่ น้องเลยไม่อยากจากไป แต่คุณแม่ไม่ชอบเขา ชอบมองว่าน้องเป็นเด็กอยู่เสมอ ชอบจับผิดว่าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายมา ไม่ยอมให้คบกัน ไม่ยอมให้เขาเข้าบ้านด้วยค่ะ และไม่เคยพูดกับเขาเลย น้องลำบากใจมากเลยค่ะ น้องจะทำอย่างไรดี
คะพี่ อยากให้คุณแม่เข้าใจน้องบ้างค่ะ บางครั้งคุณแม่ดุไม่มีเหตุผลเลยค่ะ”
ฮอทไลน์ “น้องคงรู้สึกว่าการกระทำของคุณแม่บางครั้งก็ขัดแย้งกับเราอยู่เสมอ เหมือนกับว่าจงใจจะแกล้งเราใช่ไหมคะ แต่น้องต้องคิดถึงจิตใจของคุณแม่น้องว่าท่านรักน้องมากนะคะและแถมน้องยังเป็นลูกสาวสุดที่รักคนเดียวด้วย ก็ต้องเป็นห่วงเป็นใยเป็นธรรมดาและต้องเลี้ยงน้องมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่านเอง ท่านก็ต้องมีความรู้สึกโกรธเป็นธรรมดาเมื่อน้องไม่เชื่อฟังท่าน เพียงแต่ว่าท่านแสดงออกถึงความรักของท่านไม่ถูกทาง ออกไปในลักษณะจู้จี้ขี้บ่น คอยว่ากล่าวน้องให้ประพฤติตัวให้ดี ทำให้น้องรู้สึกไม่ชอบใจใช่ไหมคะ”
“…พี่ว่าท่านคงเหนื่อยกับการทำงานการรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ซึ่งท่านต้องทำอยู่คนเดียว เราควรจะเอาใจใส่ท่านนะคะ ท่านเป็นแม่คนเดียวของน้องและท่านก็เลี้ยงเรามา ก็อยากจะรู้ว่าเราไปทำอะไรที่ไหนมา ทำไมกลับบ้านช้า คุณแม่ทุกคนก็คงเห็นลูกตัวเองเป็นเด็กอยู่เสมอไม่ว่าจะอายุเท่าไร ซึ่งเป็นธรรมดาค่ะและท่านคงเกรงว่า ลูกสาวของท่านจะถูกผู้ชาย หลอกลวงหรืออาจรู้สึกว่าสิ่งที่ท่านฟูมฟักเลี้ยงดูมานั้น กำลังจะแบ่งใจไปให้คนอื่นจึงรู้สึกโกรธเมื่อน้องมีเพื่อนผู้ชาย รู้สึกหวงเป็นห่วงน้องนะคะ พี่คิดว่าน้องควรจะอดทนและเพื่อนของน้องก็ควรจะอดทนด้วย ในการเข้าหาผู้ใหญ่ต้องทำเป็นนะคะ ต้องเอาใจท่านบ้าง ในวันหนึ่งข้างหน้าคุณแม่อาจเห็นใจน้องทั้งสองก็เป็นได้ คุณแม่น้องท่านเติบโตมาในสังคมยุคเก่า ซึ่งคงต้องทำตัวเป็นระเบียบและเคร่งครัดมากพอสมควร ซ้ำยังต้องรับภาระต่าง ๆ อีก ฉะนั้นการจะปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ก็คงจะไม่ทัน จึงอยากให้น้องแต่งตัวสุภาพ เคารพเชื่อฟังท่าน ไม่แต่งตัวล่อแหลมมากนัก อย่าคิดว่าท่านใจร้ายสิคะ…การกระทำของคุณแม่อาจมีเหตุผลที่น้องคาดไม่ถึงก็ได้นะคะ”
“พี่ว่าน้องควรจะค่อย ๆ ปรับตัวโดยปรับตัวเรากับตัวท่านเข้าหากัน พยายามบอกคุณแม่ถึงความเปลี่ยนแปลงไปของภายนอก โดยชวนท่านออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง ซื้อของบ้าง และขอคำแนะนำว่าน้องจะใส่ที่คาดผม ตุ้มหูอย่างไรจึงจะดูสุภาพ พี่เข้าใจว่าการที่น้องต้องทำตัวต่อหน้าและลับหลังคุณแม่ไม่เหมือนกันนั้น คงจะทำให้น้องอึดอัดใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ”
“…ส่วนคุณแม่ของน้องท่านก็คงคิดระแวงและเป็นห่วงน้อง แสดงออกอย่างที่น้องเห็นอย่างไรล่ะคะ พี่อยากให้น้องมยุรีอย่าคิดมาก พยายามเอาใจคุณแม่มาใส่ใจเราว่า ถ้ากรณีเช่นนี้คุณแม่จะคิดอย่างไร และเมื่อทำไปได้ช่วงระยะหนึ่ง คุณแม่อาจจะเข้าใจน้องมากขึ้นก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้อง อดทนหน่อยเท่านั้นล่ะค่ะ”
นวล “พ่อแม่ไม่ยอมให้ไปไหนกับเพื่อน ไม่ให้กลับบ้านเย็น อยากให้พ่อกับแม่ปล่อยเราบ้าง เราควรชี้แจงอย่างไรดีคะ”
ฮอทไลน “ก็คล้าย ๆ กับน้อง ๆ ที่เคยถามกันเสมอนะคะ ว่าสมัยนี้อันตรายจากภัยรอบด้านมีมาก คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องทำงานกลับบ้านค่ำ หรือหากคุณแม่อยู่บ้าน หากทั้งลูกทั้งสามีพากันกลับบ้านค่ำหรือดึก ทำให้คุณแม่ยิ่งวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นหากจะให้ท่านปล่อยเราบ้าง น้องก็ควรลงนั่งอธิบายให้ท่านฟังอย่างละเอียดว่าจะไปไหน กับใคร ทำอะไร ทำไมต้องไปด้วย และรักษาคำพูดรักษาเวลาตามที่ตกลงพูดไว้กับคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ท่านไว้ใจท่านจะได้ไม่เป็นห่วงค่ะ”
 
อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด
น้องทราย
ทราย
"หนูอยากไปเที่ยวภูกระดึงกับเพื่อน ๆ แต่จะขอคุณพ่อตรง ๆ คุณพ่อคงไม่ให้ไปแน่เลย พี่ว่าหนูจะทำอย่างไรถึงจะทำให้คุณพ่ออนุญาตคะ?”
ฮอทไลน์

"ก่อนอื่นก็ต้องมองย้อนมาที่ตัวเราสิว่า ที่ผ่านมาทำตัวให้พ่อแม่ไว้ใจแค่ไหน คำว่าไว้ใจในที่นี้หมายถึง ความสามารถในการดูแลตัวเองได้ เช่น อากาศหนาวก็ใส่เสื้อผ้าหนา ไม่เดินกลางแดดตากฝนจนไม่สบาย หรือไม่ติดเพื่อนชนิดเพื่อนพูดอะไร ชวนไปไหนก็เชื่อหมด ไม่คิดและตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง หรือแยกแยะว่าอะไรถูกไม่ถูก ผิดหรือไม่ผิด ไม่เป็นหรือเป็นคนรักษาสัญญา รักษาเวลา และรักษาคำพูดหรือไม่ เช่น บอกว่าจะกลับถึงบ้านห้าโมงหกโมงก็ไม่คลาดเคลื่อนไปจากที่ระบุมากนัก ลักษณะและพฤติกรรมเหล่านี้แหละค่ะ ที่พ่อแม่เห็นอยู่ทุกวัน ก็จะรู้และมั่นใจได้ว่า ลูก ๆ หรือน้องสามารถจะไปเที่ยวกับเพื่อน และรอดปลอดภัยหรือไม่”
“หากน้องเป็นคนอ่อนไหว เชื่อคนง่าย พ่อแม่ก็เกรงว่าหากคบเพื่อนดีก็ดีไป ถ้าคบเพื่อนไม่ดีก็จะนำไปสู่ปัญหา โดยเฉพาะการไปเที่ยวภูกระดึง เป็นภูเขาสูง เดินทางลำบาก หากไม่ดูแลตัวเองดีพอ ก็อาจเป็นอันตราย ตั้งแต่ถูกแมลงในป่ากัด หรือไม่สบายเป็นไข้หวัด หรืออาจประสบอุบัติเหตุได้”
“อย่างไรก็ตาม การไปเที่ยวครั้งนี้มีผู้ใหญ่ หรือครูอาจารย์ไปด้วยหรือเปล่า หากมีผู้ใหญ่ไปด้วย น้องขออนุญาตคุณพ่อแล้ว ให้คุณพ่อโทรฯคุยกับครูอาจารย์ที่จะไปด้วย หรือให้มีจดหมายถึงคุณพ่อโดยตรงก็ได้ หากได้พยายามทำทุกอย่างตามที่แนะนำแล้ว คุณพ่อยังไม่ให้ไป พี่ไม่อยากให้น้องเสียใจ แต่รอให้เราโตอีกสักหน่อย ภูกระดึงมันไม่ไปไหนดอกค่ะ ไปเมื่อไรก็ได้ ใจเย็น ๆ นะคะ แล้วจะบอกอะไรให้ จนถึงวันนี้ พี่ ๆ ในศูนย์ฮอทไลน์ยังไปไม่ถึงภูกระดึงเลยค่ะ เหตุผลก็คือ เพื่อน ๆ หลายคนไปเที่ยวกลับมา เล็บหลุดหมดเลยทั้งมือและเท้าจากการปีนเขา พี่ก็เลยกลัวความลำบาก ไม่อยากเจ็บอย่างนั้นค่ะ!"

 
พ่อแม่คาดหวังมากเกินไป
น้องลานนา และ น้องสายใจ
ลานนา "หนูไม่อยากให้คุณพ่อและคุณแม่ หวังในตัวหนูมากเกินไป ทำไงดีคะ?"
ฮอทไลน์ "โธ่…โธ่ น้องจ๋า ถ้าพ่อแม่ไม่หวังในตัวลูกแล้วจะไปหวังในตัวใครล่ะคะ ลูกคือความหวัง คือความฝันสำหรับพ่อแม่ทุกคนนะคะ อย่างไรก็ตาม พี่ก็รู้สึกว่าน้องห่วงใยความรู้สึกของท่านมากเลย ขณะเดียวกันน้องก็อยากจะเป็นจะทำอย่างที่ตัวเองต้องการบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องการเรียน ที่พ่อแม่ชอบคาดหวังว่าลูกจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาที่มีชื่อเสียงได้ ได้เรียนคณะดัง ๆ แต่สมัยนี้น้องคงต้องเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ทราบบ้างว่า ถึงสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด ก็สามารถเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ ถ้าพอจะมีฐานะก็เรียนเอกชนก็ดี ขอเพียงให้น้องเรียนให้จบ ไม่เหลวไหลพ่อแม่ก็ภูมิใจแล้วค่ะ และที่สำคัญนะคะ สมัยนี้ จะทำอะไร จะเลือกเรียนสาขาไหน หรือสอบเข้าคณะอะไรได้ ก็ขอให้ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด เท่านี้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้วค่ะ ขอเพียงน้องตั้งใจเรียนตั้งใจทำก็พอ!"
สายใจ “พ่อแม่หวังมากกับการสอบเอ็นฯ ของน้องครั้งนี้ ทำให้น้องเครียดมากจนไม่อยากสอบเพราะกลัวจะทำให้พ่อแม่ผิดหวัง น้องควรทำอย่างไรกับพ่อแม่ดีคะ?”
ฮอทไลน “น้องกำลังกลัวจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง หากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่น้องคงจะต้องผิดหวังเป็นสองเท่าหรือสองครั้งหากไม่ได้จริง ๆ เพราะครั้งแรกเสียใจที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง และอีกครั้งคือเสียใจที่ทำให้ตัวเองต้องผิดหวัง อย่างไรก็ตาม ชีวิตของคนเราทุกคนจะต้องเดินไปพร้อมกับผิดหวังบ้างสมหวังบ้าง หากเราทำดีที่สุดแล้ว ก็ต้องยอมรับความจริง สำหรับตอนนี้พยายามตั้งใจให้ดีที่สุดก่อน ไม่ต้องเสียเวลากังวลใจ หากทำแล้วไม่ได้ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องเข้าใจ และน้องก็สามารถจะบอกกับท่านตรง ๆ ว่า น้องเสียใจที่ทำให้ท่านผิดหวัง แต่น้องก็ผิดหวังด้วยเช่นกัน ถึงกระนั้นก็อยากบอกให้รู้ว่า สมัยนี้จะเรียนจบจากสถาบันไหนก็ไม่สำคัญ หากเป็นคนดีขยันขันแข็ง ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้เสมอค่ะ”
 
พ่อแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่น
น้องนารี น้องลัดดา และน้องแมน
นารี
"อยากทราบว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่เข้าใจเรา ถึงเวลาของเรา หรืองานของเราว่าสำคัญ อย่างเช่น การที่จะไปทำรายงาน หรือทำอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาไม่เข้าใจเราเลย ต้องการแต่จะให้เราช่วยงานเขา ทำอย่างไรดีคะพี่?"
ฮอทไลน์

"น้องกำลังบอกว่าการบ้านแยะมาก และอยากมีเวลาทำการบ้านให้ทัน แต่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ช่วยงานบ้าน หรืองานขายของที่ร้าน กรณีนี้เป็นไปได้ไหมคะที่น้องจะจัดเวลา เช่นกลับมาถึงบ้านก็ช่วยพ่อแม่แบ่งเบาภาระไปสักสองสามชั่วโมง แล้วก็บอกพ่อแม่ล่วงหน้าว่า วันนี้การบ้านแยะและจะต้องทำให้เสร็จ น้องจะช่วยพ่อแม่จนถึงเวลารับประทานอาหาร หลังจากนั้นจะขอเวลาทำการบ้านให้เสร็จ แจ้งให้ท่านทราบตั้งแต่กลับถึงบ้าน พูดคุยกับพ่อแม่บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน ท่านจะได้รับรู้ เข้าใจและรู้ว่าน้องมีการวางแผนในแต่ละวันเป็นเรื่องเป็นราว พี่เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะเข้าและภูมิใจในตัวน้องที่มีความรับผิดชอบ และช่วยเหลือท่านด้วย"

ลัดดา "ไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อแม่ไม่พยายามเข้าใจพวกเราบ้าง น้องต้องการอิสระบ้าง เขาก็มีแต่บังคับให้ทำตามความต้องการองเขา แล้วมีวิธีแก้ไขหรืออธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจในตัวเราอย่างไร"
ฮอทไลน์ "น้องรู้สึกอึดอัดที่ถูกพ่อแม่เข้มงวดบีบบังคับให้ทำตามความต้องการของเขา พี่เข้าใจและเชื่อว่า ทุกคนก็ผ่านมาเหมือน ๆ กัน และน้อง ๆ ก็ต้องการอิสระ อยากเป็นตัวของตัวเองบ้าง แต่ปัญหาที่พวกเราเป็นเหมือน ๆ กันก็คือ เราไม่ได้ให้เวลาพูดคุยกับพ่อแม่บ้าง เพื่อท่านจะได้รู้จักเรามากขึ้น ท่านจะได้รู้ใจว่าน้องคิดอย่างไร ดูแลตัวเองเป็นไหม เชื่อคนง่ายหรือเปล่า แยกแยะถูกผิดได้อย่างไร เราต้องพูดต้องแสดงความรับผิดชอบตัวเราให้ท่านเชื่อใจ มั่นใจ ท่านก็จะปล่อยให้เราทำตามใจตัวเองได้ เพราะท่านรู้แล้วว่าลูก ๆ จะไม่ประพฤติตนให้เสียหาย”
“…ที่สำคัญ น้องต้องพยายามเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวองให้ได้ด้วย ว่าเราเป็นใคร พ่อแม่ทำงานอะไร หนักมากไหมและเราช่วยเหลือพ่อแม่บ้างหรือไม่ เห็นความลำบากของท่านหรือเปล่า น้องทำตัวเป็นเด็กดี ประหยัด มีมรรยาท พูดจาดี มีระเบียบวินัย ช่วยเหลือพ่อแม่แค่ไหน ถ้าเราเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง ไม่นานใคร ๆ ก็จะเข้าใจและรู้จักน้องด้วยเช่นกัน แต่ถ้าน้องยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ จะไปคาดหวังให้คนอื่นเข้าใจและรู้ใจเราอย่างไร?"
แมน "อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงปัญหาวัยรุ่น จะทำอย่างไรดี ถ้าจะอธิบายให้ท่านฟัง ก็เกรงว่า จะกลายเป็นเด็กสอนผู้ใหญ่?"
ฮอทไลน์ "ความจริงพ่อแม่น่าจะฟังลูก ๆ กันบ้างนะคะว่า คิดอย่างไร หรือต้องการอะไร จะได้เข้าใจและสื่อสารกันได้รู้เรื่องมากกว่านี้ เพราะในช่วงวัยรุ่น เด็ก ๆ จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เกิดความเครียด อ่อนไหวง่าย และอาจนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าว ต่อต้าน หรือกินจุแต่ขี้เกียจมากขึ้น หากพ่อแม่เข้าใจจะได้ไม่บ่นว่ามาก แต่หากิจกรรมให้เด็ก ๆ ทำจะได้คลายเครียด และที่สำคัญ พ่อแม่ควรจัดสรรงานในบ้าน หน้าที่ความรับผิดชอบให้ลูก ๆ อย่างทั่วถึงและเป็นระบบมาตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นการป้องกันปัญหาวัยรุ่น”
“ที่สำคัญในช่วงวัยรุ่น เด็ก ๆ จะเริ่มสนใจเพศตรงข้าม ก็เป็นเรื่องธรรมดา หากมีโอกาสพบปะพูดคุยกับเพศตรงข้ามบ้าง ก็จะทำให้ความกดดัน ความตึงเครียดลดน้อยลง หรือวัยรุ่นมากมายหากหันไปสนใจกิจกรรม เช่น กีฬา ดนตรี การอ่าน การเขียนมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาตนเองไปในหนทางที่สร้างสรรค์ และที่พี่พูดมาทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่น้องอยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจเกี่ยวกับวัยรุ่นใช่ไหมคะ อย่าลืมนำหนังสือเล่มนี้ไปให้คุณพ่อคุณแม่อ่านด้วยนะคะ"
 
พ่อมีเมียน้อย
น้องวัลลี
วัลลี "ทำไมผู้ชายถึงขาดความรับผิดชอบ น้องไม่เข้าใจว่า ในเมื่อพ่อมีครอบครัวมีลูกแล้ว ทำไมต้องแสวงหาภรรยาใหม่ ทำไมไม่คิดถึงจิตใจของลูกตัวเองบ้าง ทำไมเห็นแก่ตัว?"
ฮอทไลน์ "น้องรู้สึกไม่พอใจที่คุณพ่อมีเมียน้อย หรือผู้หญิงคนใหม่ นอกจากคุณแม่และน้อง ๆ ทำให้ทุกคนเสียใจ โดยเฉพาะคุณแม่ของน้องคงต้องเสียใจมากกว่าใคร ก่อนอื่นพี่อยากให้น้องมองตรงนี้ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายที่มีความซับซ้อนมากมาย น้องต้องปล่อยให้ท่านทั้งสองตัดสินใจตกลงกันเอง หรือหากจะทำได้ก็คือ น้องควรทำตัวเป็นเด็กดี เป็นลูกที่ขยันขันแข็ง ช่วยเหลืองานบ้าน และเรียนได้ดี ทำตัวดีพ่อแม่ก็ภูมิใจ หากพ่อจะอ่อนไหวไปบ้าง น้องก็อาจเรียนท่านตรง ๆ ว่าน้องไม่ชอบ อยากให้ท่านเหมือนเดิม และน้องต้องคอยเอาใจใส่ท่านอย่างใกล้ชิด หากพ่อแม่มีลูกในดวงใจเสมอ ๆ เขาก็จะละอายใจในการที่จะทำผิด”
“ลูกจะต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจพ่อแม่เอาไว้ด้วยกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นระหว่างพ่อแม่ ขอให้น้องทำตัวเป็นเด็กดี เอาใจใส่พ่อแม่เสมอต้นเสมอปลาย พ่อจะได้เกรงใจลูก แต่หากน้องเอาแต่แสดงท่าโกรธ แง่งอนก็จะทำให้คุณพ่อยิ่งไม่พอใจลูก และกล่าวหาแม่มากขึ้นว่าไม่สั่งสอนลูก แล้วพฤติกรรมของลูกก็จะกลายเป็นข้ออ้าง ให้พ่อนอกใจแม่ได้ ต้องตั้งสติให้ดี ทำตัวเป็นลูกที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย เอาใจใส่พ่อแม่ให้มากขึ้นค่ะ และตั้งใจเรียนให้ดียิ่งขึ้น"
 
พ่อขี้เมาและหัวรั้น
น้องยาณี
ยาณี
"น้องมีพ่อเป็นข้าราชการ ชอบกินเหล้า และชอบหาเรื่องมาให้ลูกเมียเดือดร้อน เป็นคนหัวรั้น ใครพูดก็ไม่ยอมฟัง ไม่ค่อยเข้าใจในตัวลูกว่าต้องการอะไร ทำให้น้องมีปัญหาการเรียน ต้องเอาหัวสมองมาคิดแต่ปัญหาในบ้าน ส่วนแม่เวลาดุว่าน้อง น้องจะอธิบายให้ฟังก็หาว่าเถียง น้องรู้สึกเครียดมาก เป็นคนขี้อายทำให้ไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง"
ฮอทไลน์

"ฟังดูน้องคงเครียดมากจริง ๆ ที่เห็นคุณพ่อทำตัวไม่ดี ดื่มสุรา แล้วยังมาหาเรื่องให้ลูกเมียเดือดร้อน องคงอยากจะเตือนท่าน แต่ท่านไม่ฟังใคร แล้วยังไม่สนใจว่าลูกต้องการอะไร จะเห็นได้ว่า คุณพ่อเป็นคนสร้างปัญหา แต่คุณแม่กับลูก ๆ เดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่เป็นลูก อย่างเช่นน้องซึ่งต้องคอยคิดถึงปัญหาอยู่ตลอดเวลา และถึงวันนี้น้องให้คำตอบตัวเองได้ไหมคะว่า ที่คิดแล้วคิดเล่านั้น คิดหาทางออกของปัญหาได้หรือไม่ คำตอบคือเราทุกคนรู้ ถ้าพ่อเลิกเหล้าจะดีขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่พ่อไม่คิดจะช่วยเหลือตัวเอง การกินเหล้าสูบบุหรี่เป็นการทำร้ายทำลายตัวเองอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจมีสาเหตุจากจิตใจ สุขภาพหรือปัญหาการงาน เราไม่รู้และพ่อเองก็อาจจะไม่รู้ด้วยเช่นกัน”
“หากเป็นไปได้ น้องต้องพูดชักชวนท่าน หรือหาคนที่ท่านไว้ใจ ปู่ย่า พี่น้องคนไหน ญาติใกล้ชิด ให้มานำตัวคุณพ่อไปรับการตรวจรักษาเรื่องติดสุราให้หาย จะได้พูดกันรู้เรื่องบ้าง หากยังทำไม่ได้ ก็ต้องคอยดูแลเวลาท่านกลับมาบ้าน เอาใจใส่คุณพ่อบ้างว่าเป็นอย่างไรต้องการอะไร เช่นกันกับคุณแม่ น้องก็ต้องคอยถามไถ่ห่วงใยดูแลใกล้ชิด เพราะท่านกำลังแบกภาระหนักคนเดียว น้องต้องพยายามช่วยเหลืองานบ้าน ขยันและเรียนให้ดี ท่านจะได้พอใจภูมิใจที่มีลูกดี เมื่อพ่อทำตัวไม่ดี แม่เป็นคนทำมาหาเลี้ยง คุณแม่ก็ควรมีสิทธิ์ที่จะมีลูกดี ๆ เป็นที่พึ่งต่อไปค่ะ”
“หากน้องจะนำเรื่องความไม่สบายใจในครอบครัวไปเล่าระบายความเครียดให้เพื่อน ๆ สนิทใกล้ชิดฟังก็ไม่เสียหายหรอกค่ะ เพราะทุกคนก็มีปัญหาครอบครัวด้วยกันทั้งนั้น พูดออกไปแล้วจะได้สบายใจ ไม่ต้องคิดมาก และหากเพื่อนมาเล่าเรื่องไม่สบายใจให้ฟัง เราก็รับฟังไว้ไม่นำความลับของเพื่อนไปเปิดเผย ชีวิตในวัยเด็กนั้น เราต้องเป็นกำลังใจให้กันและกันค่ะ!"

 
พ่อคุมการเรียนมาก
น้องนน
นน "คุณพ่อชอบว่าเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา ว่าเรียนไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ตัวเราก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่มันก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้มีความอึดอัดใจมาก เพราะจะต้องมีเรื่องทะเลาะกับคุณพ่อทุกครั้งที่ท่านพูดเรื่องนี้ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรคะ เพราะเวลาคุณพ่อไม่ถูกใจ จะไม่ยอมพูดกับลูก"
ฮอทไลน์ ์ "แหม…มีคุณพ่อชอบงอนนี่ลำบากใจนะคะ แต่น้องคงต้องฝึกใจให้หนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะถ้าอ่อนไหวเหมือนคุณพ่อ เกรงว่าจะต้องทะเลาะกันไปจนโต คงไม่งามแน่ ก็ในเมื่อน้องได้ตรวจ สอบทบทวนดูแล้วว่า ได้ทำอย่างดีที่สุด ก็ยังได้คะแนนหรือเกรดนี้ น้องก็ต้องบอกท่านไปตรง ๆ ว่าได้พยายามแล้ว และท่านจะบ่นว่าอะไร ก็ฟังเฉย ๆ ไม่ต้องเถียงให้เป็นเรื่องขัดแย้งกัน”
“อย่างไรก็ดี การเรียนด้วยการท่องจำเพื่อเอาคะแนนนั้น สมัยนี้ทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนไป คือเรียนไม่เก่ง แต่สุขภาพจิตดี อารมณ์แจ่มใส เป็นคนเข้ากับใครได้ มีเหตุผล ลักษณะประเภทนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตสูงกว่าคนที่เรียนเก่ง แต่ไม่สนใจปัญหาสังคมหรือคนรอบข้าง พี่ฮอทไลน์อยากให้น้องมองไปมองรอบ ๆ แล้วเรียนรู้ที่จะเข้าใจว่าทำไมคุณพ่อจึงต้องการให้น้องเรียนเก่ง ๆ ท่านมีเหตุผลอะไร เช่นกัน มองย้อนมาที่ตนเอง หากได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วในวิชานี้ ก็ต้องบอกกับตัวเองว่า ก็ได้พยายามที่สุดแล้ว และตัวเราก็พอใจกับคะแนนเท่านี้ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องวิตกอะไรมากไปกว่านี้ หันมาพัฒนาบุคลิกภาพและดูแลสุขภาพจิตของน้องดีกว่าค่ะ"
 
พ่อแม่ไม่ค่อยเชื่อ
น้องหวาน
หวาน
"จะทำอย่างไรให้คุณแม่เชื่อที่เราพูด ไม่ใช่เชื่อแต่คนอื่น หนูเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อกับแม่แยกทางกัน หนูอยู่กับแม่ แต่ท่านดุเข้มงวด มักจะคิดว่าหนูโกหก พูดไม่จริง ทำให้ไม่อยากพูดด้วย ทั้ง ๆ ที่หนูก็รักคุณแม่มาก?"
ฮอทไลน์

"น้องอยากใกล้ชิดกับคุณแม่ อยากให้ท่านเชื่อคำพูดของน้องมากกว่าที่ผ่านมา และไม่อยากให้ท่านเข้มงวดมาก ความจริงก็คือคุณแม่มีลูกสาวคนเดียว ท่านคงทั้งรักทั้งหวงแหน แต่ก็เป็นความกลัวของแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียวทุกคน กลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ดีพอ เกรงว่าลูกจะเสียนิสัยได้ใจไม่เชื่อฟัง เพราะจิตใจแม่ก็มีแนวโน้มจะคล้อยตามใจลูกอยู่แล้วเพราะความรัก ด้วยเหตุนี้จึงต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเอง ต้องเข้มงวด ต้องดุเอาไว้ก่อนลูกจะได้กลัว เพราะฉะนั้นอยากให้น้องเข้าใจคุณแม่ และรู้ว่าที่แม่แสดงพฤติกรรมไปทั้งหมดนี้ ก็คือการพยายามปกปิดจุดอ่อนของตัวเอง คือความรักลูกเหนือสิ่งใด จนต้องแสดงกิริยาและคำพูดเช่นนั้นออกมา”
“ฉะนั้นเมื่อใดที่น้องรู้สึกไม่พอใจ การใช้วาจาดุว่าของท่าน น้องก็ต้องบอกท่านตรง ๆ ว่า น้องรู้ว่าท่านรักหวังดีและกลัวว่าน้องจะทำตัวไม่ดี แต่น้องก็เชื่อว่าตัวเองจะต้องเป็นคนดีทำตัวดีอยู่แล้ว ขอให้แม่สบายใจ ค่อย ๆ พูดอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เมื่อท่านไว้ใจ การกล่าวหาว่าน้องโกหกก็จะหายไป และท่านจะได้เรียนรู้วิธีพูดกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างแม่ลูก ที่สำคัญการแสดงความรู้สึกรักใคร่ห่วงใยกับแม่ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หาโอกาสแสดงความรักด้วยการกอดแม่บ้าง ท่านจะได้ชื่นใจ!"

 
พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย
น้องเพลิน และน้องปาน
เพลิน "พ่อแม่ชอบทะเลาะกัน บางทีก็ทำร้ายกันและกัน ทำให้หนูและน้อง ๆ อีกสองคนกลัวมาก ไม่อยากให้ชีวิตเป็นอย่างนี้เลย ทำอย่างไรจะให้พ่อแม่เลิกทะเลาะกันได้คะ?"
ฮอทไลน์ "น้องคงจะเครียดมากเมื่อต้องเห็นคนที่เรารักทั้งสองคน คือพ่อแม่ไม่ปรองดอง ทะเลาะวิวาทแล้วยังทำร้ายร่างกายกันด้วย ความจริงความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่คงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องลูก ๆ เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แต่เหตุผลที่แม่หรือพ่อนำมากล่าวอ้างในการที่ไม่เลิกร้างกัน ทั้ง ๆ ที่อาจหมดรักกันแล้ว หรือพูดกันไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังทนอยู่ด้วยกันก็คือ เพื่อลูก ๆ เพราะฉะนั้นน้องก็ต้องลองคิดดูเองว่า การเห็นคนที่เรารักทะเลาะวิวาททุบตีกัน แล้วไม่มีใครมีความสุขสักคน แต่หากคนใดแยกออกไป ก็อาจมีบางคนยังเป็นสุขได้ เช่น แม่อยู่กับลูก ๆ ตามประสาแม่ลูก ปล่อยพ่อไปอย่างที่เขาต้องการ เพราะถึงอย่างไรโดยสายเลือดเราก็ยังเป็นพ่อลูก แม่ลูกกันอยู่ดี ถ้าเป็นอย่างนี้ เราทุกคนก็ไม่ต้องอยู่ในความกลัว ไม่ต้องโกรธ และไม่ต้องเจ็บตัวไปตามกัน บางทีชีวิตเช่นนี้อาจดีกว่า”
“ฉะนั้นน้องคงต้องพิจารณา หรือถามคุณพ่อคุณแม่ตรง ๆ ว่า ทะเลาะกันด้วยเหตุอันใด น้องอาจแนะนำว่าทั้งพ่อแม่น่าจะไปพบนักจิตวิทยาดีไหม ต้องการอะไร เราจะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่มีความสุข แต่เมื่อท่านไม่ต้องการ ก็ต้องปล่อยให้ท่านตัดสินใจกันเอง เวลาเห็นท่านทะเลาะกัน ก็ให้พาน้อง ๆ ออกไปเล่น อย่าอยู่ในเหตุการณ์ พูดคุยปลอบน้องดี ๆ จะได้ไม่ตกใจ และที่สำคัญคือ ตั้งใจเรียนให้ดี โตขึ้นจะได้ช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือดูแลน้อง ๆ และพ่อแม่ได้"
ปาน “ตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก เลี้ยงกันด้วยลำแข้งทุกวัน ตอนนี้คิดอยากหนีออกจากบ้านจะทำอย่างไรดีช่วยตอบด้วยคะ”
ฮอทไลน์ "น้องคงรู้สึกทุกข์ใจมากที่เห็นพ่อทำร้ายร่างกายแม่ และหนูเป็นลูกแต่เข้าไปห้ามปรามช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ความจริงการทะเลาะเถียงกันกันระหว่างพ่อแม่ที่อยู่ด้วยกันนั้น เป็นเรื่องธรรมดา แต่หากทะเลาะกันบ่อย ๆ หรือเป็นประจำ ก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติแล้ว จำเป็นที่คนทั้งสองต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน หรือหาบุคคลที่สามมาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะการที่คนเรามาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ก็เพราะความรัก แต่เมื่อหมดรักกันแล้ว ก็อาจถึงเวลาต้องแยกกันอยู่ หรืออยู่ห่าง ๆ กัน แต่พ่อแม่ก็มักเป็นห่วงลูก เกรงว่าหากแยกทางกัน ลูก ๆ จะได้ชื่อว่ามาจากครอบครัวที่แตกแยก เป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นทั้งสองคนก็เลยต้องอดทนอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ลูกมีความสุขที่ได้ชื่อว่ามีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในกรณีนี้ หนูคิดว่าจะมีความสุขไหมที่เห็นคนที่เป็นพ่อแม่ ต้องทะเลาะทุบตีและคนที่บาดเจ็บก็คือ "คุณแม่" ของหนู เพียงเพราะท่านเป็นผู้หญิงร่างกายอ่อนแอกว่า หนูยังอยากจะให้แม่ต้องทนเจ็บตัวต่อไปเพื่อหนูและเพื่อลูก ๆ อยู่หรือเปล่า?"
"ถ้าหนูคือ "ลูก" ต้องการให้พ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แม้ทั้งสองคนจะทะเลาะทุบตีไม่มีความสุขกัน หนูก็อาจช่วยลดระดับความรุนแรงลงบ้าง โดยพยายามพูดโน้มน้าวใจให้ทั้งสองคนไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล จะได้ช่วยไกล่เกลี่ยหาทางให้ทั้งสองคนพูดจาเข้าใจกันได้ หรือคอยเข้าห้ามปรามฉุดพ่อแม่ให้แยกกันไประงับสติอารมณ์เสีย หนูทำเช่นนี้ได้หรือเปล่าคะ?"
"ถ้าทำแล้ว ยังไม่ดีขึ้น ก็คงต้องถามทั้งพ่อ และแม่ว่ายังต้องการอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกัน หมดรักกันแล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน เพราะถึงอย่างไรหนูก็ยังรักทั้งพ่อและทั้งแม่อยู่ อย่างไร ๆ ก็ยังเป็นพ่อแม่หนูอยู่ แต่หนูไม่อยากเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข หากหนูพูดตรง ๆ เช่นนี้กับคุณพ่อคุณแม่ อาจช่วยให้ท่านคิดได้ และตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะพ่อแม่มักจะคิดว่า จะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก ลูกก็ต้องคิดให้ได้ว่า อะไรที่พ่อแม่ทำแล้วมีความสุขก็น่าจะติดสินใจทำได้โดยไม่ต้องทะเลาะทุบตีกัน !"
"ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าพ่อแม่จะตัดสินใจอยู่หรือแยกกันอยู่ หนูก็ยังเป็นลูกของทั้งสองท่านอยู่เสมอ ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ ทำตัวให้ดี ต่อไปเติบโตมีอาชีพ มีงานการมีครอบครัวแล้ว ก็บอกตัวเองได้ว่า จะไม่ทำให้คนที่เรารักเสียใจ!"
“ลองคิดดูนะคะว่า น้องหนูจะทำได้แค่ไหนอย่างไรหรืออย่างไร มีอะไรที่มากกว่านี้ ก็โทรฯ พี่ฮอทไลน์ได้คะที่ 02 277 8811 หรือ 02 277 7699”
 
พ่อไม่เคยอุ้ม ผมชอบชายแก่
น้องคริส
คริส
"พี่ครับ ผมผิดหรือเปล่าที่ชอบผู้ชายแก่ ๆ ที่ชอบเพราะจำได้ว่าตั้งแต่เด็กมา พ่อแม่มีลูกแปดคน ผมเป็นคนสุดท้อง แต่พ่อไม่เคยอุ้มลูกเลย เขาเฉย ๆ ทำงานอย่างเดียว มีวันหนึ่งผมไม่สบาย เขาจึงต้องอุ้มพาไปโรงพยาบาล ผมมีความสุขมากเลยวันนั้น ตอนกลับบ้านพ่อเอาแบกใส่บ่าล้อเล่นกับผม ผมประทับใจจำได้ติดใจตลอดมา ตอนนี้ผมอายุ 16 ปี แล้วผมจะเป็นเกย์หรือเปล่าครับ?"
ฮอทไลน์

"น้องกังวลใจว่าตัวเองจะเป็นเกย์หรือไม่ เพราะรู้สึกชอบผู้ชายสูงอายุ การที่น้องมีความรู้สึกเช่นนั้น คงจะยังบอกไม่ได้ทีเดียว เพราะน้องยังอยู่ในช่วงวัยที่สับสน แต่การที่เรามีความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับพ่อ ทำให้เรามองหาคนที่จะเป็นตัวแทนพ่อ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ในความจริงคือ สิ่งที่พ่อเป็นนั้น เป็นลักษณะของคนคนหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกรักใคร่ห่วงใยให้ลูก ๆ รู้ได้ ทั้ง ๆ ที่พ่อก็อยากจะเป็นพ่อที่ใกล้ชิดและเป็นที่รักใคร่ของลูก ๆ เช่นกัน”
“พี่อยากให้น้องเก็บความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับคุณพ่อไว้ แล้วไม่ต้องไปมองหาใครมาทดแทนหรือแทนที่ แต่หากคิดว่าตัวเองขาดความรักใคร่ใกล้ชิด ก็จงแสดงความอ่อนโยน ความเอื้ออาทรกับทุกคนที่ผ่านเข้ามา ยิ่งเราให้ความรู้สึกดี ๆ กับผู้อื่นได้มากเท่าไร เราก็จะได้ความเข้าใจไมตรีคืนกลับมาเท่านั้น แล้ววันหนึ่งเมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัวของตัวเอง เมื่อนั้นแหละน้องก็จะเป็นพ่อ อย่างที่น้องอยากจะให้พ่อเป็น หรืออย่างที่ท่านเป็นตัวของท่านจริง ๆ คือ พ่อที่รักใคร่ใกล้ชิดลูกตลอดมา"

 
อยู่กับยายขี้บ่น 
น้องมานะ
มานะ "พ่อแม่ผมเลิกไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ผมอยู่กับยายสองคน แต่ยายเป็นคนแก่ขี้บ่น บ่นได้ทั้งวันทั้งคืนจนผมรู้สึกเหมือนบ้านไม่มีความสงบเลย แต่ท่ามกลางเสียงบ่นไม่ขาดปากของยายนั้น ผมกลับรู้สึกเงียบเหงามากเหลือเกิน จนบ่อยครั้งนึกอยากเดินออกจากบ้านไปเฉย ๆ ปล่อยยายไว้ตามลำพัง แต่ผมก็ไม่รู้จะไปไหน ยายทำขนมขายที่ปากซอย ผมก็ไปช่วยบ้าง ยายบอกเราก็พอจะมีเงินเก็บไว้สำหรับดูแลผมจนเรียนจบ ผมรักยาย แต่ทำอย่างไรจะให้ยายหยุดบ่นครับพี่!"
ฮอทไลน์ "น้องไม่อยากให้ยายเป็นคนขี้บ่น และใคร ๆ ก็ไม่ชอบคนที่ชอบบ่น แต่อาการบ่นบางทีก็อาจมีสาเหตุมาจากสุขภาพกาย และสุขภาพใจด้วย อย่างไรก็ตามพี่มองว่า น้องเป็นเด็กโชคดี เพราะมีเด็กอีกมากมายที่พ่อแม่หย่าร้างทอดทิ้งเด็กไว้ไม่มีใครดูแล ทำให้เด็กมากมายกลายเป็นเด็กที่หิวโหยไม่ได้เรียนหนังสือ แต่คุณยายของน้องท่านรักใคร่ห่วงใยน้องมาก และอาจเพราะรักมากห่วงมาก ทำให้วิตกกังวลถึงชีวิตและอนาคตของน้อง เพราะท่านอายุมากแล้ว เวลาจะอยู่กับน้องคงอีกไม่นาน ประกอบกับคนสูงอายุนั้น ปัญหาปวดเมื่อยไม่สบายกายมีมาก แล้วก็พลอยทำให้สุขภาพใจไม่ดีไปด้วย”
“พี่อยากให้น้องแนะนำหรือพาท่านไปพบจิตแพทย์ หรือแพทย์ด้านผู้สูงอายุเลย บางทีสุขภาพกายดีขึ้น ท่านอาจบ่นน้อยลง ที่สำคัญท่านคงอยากคุยกับน้อง แต่คุยตรง ๆ ไม่เป็นจึงกลายเป็นการพูดบ่นไป พี่อยากให้น้องมองท่านด้วยความเมตตาว่า ท่านเองก็เหงาพูดไม่เป็นแต่อยากพูด น้องมีการศึกษาก็ต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาการสื่อสารกับท่านให้ได้ ถามท่านต้องการอะไร เอาใจใส่ท่านบ้าง ชวนท่านไปซื้อของไปเที่ยวบ้าง อย่าลืมว่าน้องมีท่านเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียว เป็นทั้งพ่อและแม่ หากไม่มีท่านชีวิตเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ดูแลท่าน รักใคร่ใกล้ชิด ใช้เวลากับท่านให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้ไม่เหงา และจะได้มีวันเวลาแห่งความทรงจำดี ๆ ไว้เป็นเพื่อนยามที่ท่านไม่อยู่แล้ว"
 
พ่อแม่ชอบบังคับหน
น้องโฉม
โฉม
“ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงได้เข้มงวดกับเรามาก ถึงแม้ว่าเราจะทราบดีว่าท่านรักและห่วงเรามาก แต่เราก็เหมือนถูกบังคับตลอดเวลา ท่านบอกว่าท่านเลี้ยงลูกไม่โบราณ แต่การกระทำมันฟ้องดีอยู่แล้วว่า ท่านไม่เข้าใจลูกสาวซึ่งเป็นวัยรุ่น ท่านห้ามทุกอย่างห้ามเที่ยวกับเพื่อนนอกบ้าน ไม่ให้ทำงานพิเศษที่บ้านเพื่อนเลย งานกลุ่มนะค่ะ?”
ฮอทไลน์

“หนูกำลังอึดอัดใจกับความรักของคุณพ่อคุณแม่ เพราะตอนนี้หนูเริ่มโตเป็นวัยรุ่นแล้ว และต้องการอิสระ ความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แต่คุณพ่อคุณแม่ ยังมีความคิดห่วงกังวลว่าลูกก็คือลูก จะโตขนาดไหนก็ยังเป็นลูกเล็ก ๆ ของพ่อแม่อยู่ดี พี่ก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน แต่พี่อยากให้น้องพยายามเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตกใจ และรู้สึกกลัวที่เห็นลูกโตขึ้นเรื่อย ๆ และอาจไม่ต้องการพึ่งพิงพ่อแม่ต่อไป ซึ่งในอนาคตน้องก็จะโตและช่วยเหลือตัวเองได้จริง ๆ”
“ฉะนั้นในช่วงที่พ่อแม่กำลังปรับตัว ทำใจ พี่ขอให้น้องอดทน และพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่วางใจว่าหนูกำลังเป็นวัยรุ่นที่เรียนรู้จะดูแลตนเองได้ รับผิดชอบตนเองได้ เช่น ดูแลทำความสะอาดห้องนอน เสื้อผ้าซักรีดเองได้ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านได้ หลังจากนั้นขอไปไหนจะกลับเมื่อไร ต้องรักษาเวลา รักษาคำพูดกับพ่อแม่ ท่านจะได้เชื่อใจ เมื่อท่านวางใจว่า หนูทำตัวดีไว้ใจได้เมื่อไร ท่านก็จะค่อย ๆ เลิก ความเข้มงวดไปเองค่ะ"

 
หนูชอบทะเลาะกับแม 
น้องจิน
จีน “ชอบทะเลาะกับแม่ ทำอย่างไรจึงจะเลิกได้?”
ฮอทไลน์ ์ "น้องกำลังบอกว่า น้องต้องการจะเลิกทะเลาะโต้แย้งกับคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นเมื่อท่านพูดหรือบ่นว่าอะไร ก็ฟังแล้วนับหนึ่งถึงร้อยดีไหมคะ นับเสร็จก็ตอบรับคุณแม่สั้น ๆ ว่าค่ะ ไม่โต้แย้งอะไร ฝึกเช่นนี้เสมอ ๆ คุณแม่ก็จะเลิกบ่นไปเอง และน้องก็จะกำจัดนิสัยชอบโต้แย้งกับคุณแม่ไปได้ ลองทำดูนะคะ"
 
ช่องว่างระหว่างวัยของพ่อแม่
น้องนารา
นารา
"หนูรู้สึกว่าตัวเองกับคุณพ่อคุณแม่มีช่องว่างระหว่างวัย หนูเป็นลูกหลงคนสุดท้อง พี่ ๆ ห้าคนโตหมดแล้ว คุณพ่อคุณแม่อายุเกือบหกสิบปี พูดกันไม่ค่อยเข้าใจ เหตุผลไม่ตรงกัน และบางครั้งก็ยอมรับเหตุผลของกันและกันไม่ได้ หนูควรจะทำตัวอย่างไรคะ?"
ฮอทไลน์

"น้องรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจลูกวัยรุ่น เพราะท่านอายุมากแล้ว และต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของกันและกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับเหตุผลของกันและกัน ซึ่งในความจริงการที่พ่อแม่คิด พูดกระทำหรือแสดงพฤติกรรมอะไรก็ตาม ทั้งหมดคือ"ความรัก"ที่มีต่อน้อง มีต่อลูก ยิ่งพ่อแม่อายุมากยิ่งห่วงใยลูกมาก พะว้าพะวังว่ามีเนื้อหาเรื่องราวหรือข้อมูลอะไรที่อยากบอก อยากถ่ายทอดให้น้องรับรู้ เพียงแต่วิธีการสื่อสาร เป็นลักษณะของคนรุ่นเก่า คือพูดหรือบ่นไปเรื่อย ๆ ทำให้น้องเบื่อและไม่พอใจ ที่สำคัญพี่มองว่า สิ่งที่ทำให้พ่อแม่ลูกไม่ค่อยเข้าใจกัน หรือไม่พอใจกัน ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาหรืออะไรที่เรากำลังพูดกันอยู่ แต่อยู่ที่วิธีการพูดและสื่อสาร พ่อแม่อายุมากมักชอบให้ลูกเล็กเข้ามากอด เคล้าเคลียแสดงความรัก ในขณะที่พ่อแม่เอง ก็อาจจะไม่คุ้นเคยที่จะโอบกอดลูก ๆ ทั้ง ๆ ที่อยากทำ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหที่น้องจะเป็นฝ่ายเข้าไปหา คอยจับมือจูงแขนพ่อแม่ให้ท่านรู้สึกว่าลูกใกล้ชิดและห่วงใย ท่านจะได้ไม่พูดบ่นมาก น้องเองเมื่อกลับมา”

 
ทำไมคนหย่าร้างกัน
น้องศรี
ศรี “ทำไมคนเดี๋ยวนี้จึงมีการหย่าร้างสูง ทะเลาะเบาะแว้งกันมาก ทั้ง ๆ ที่ก็รักกัน?”
ฮอทไลน์ “น้องกำลังกังวลใจเรื่องคุณพ่อคุณแม่อยู่หรือเปล่าคะ น้องกำลังบอกว่าคุณพ่อคุณแม่มีการทะเลาะแบาะแว้งกันมากจนเกรงว่าจะนำไปสู่การหย่าร้าง ทั้ง ๆ ที่ก็ยังรักกันอยู่ ความจริงก็มีมากที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ซึ่งปัญหาใหญ่ ๆ ก็มักจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี หรือขัดแย้งกันเรื่องการเลี้ยงลูก หรือต่างฝ่ายต่างเครียดจากการทำงานมา ต่างฝ่ายต่างคาดหวังจะได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากอีกฝ่ายหนึ่งแล้วไม่ได้รับ เพราะฉะนั้น คนที่เป็นลูก คือน้อง ก็ต้องทำหน้าที่เป็นกาวใจ ประสานความเข้าใจบ้างนะคะ เอาอกเอาใจคุณพ่อคุณแม่ ท่านต้องการอะไรก็ช่วยหยิบฉวยทำให้ ท่านจะได้ภูมิใจที่มีลูกน่ารัก เมื่อมีลูกดีน่ารักเสียแล้ว อะไร ๆ มันก็จะดีไปหมดทุกอย่างค่ะ!”
 
ควรบอกพ่อแม่ดีไหม
น้องบี
บี
“ถ้าเรามีเรื่อง แต่ไม่รู้ว่าควรจะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังดีหรือเปล่า ไม่รู้ว่าควรจะบอกไหม หรือจะบอกอย่างไร เราควรบอกท่านไหมครับ”
ฮอทไลน์

“คุณพ่อคุณแม่ ต้องการรับรู้เรื่องราวของลูก ๆ อยู่แล้ว การไม่มีความลับกับท่านเป็นเรื่องดี ท่านจะได้ไว้ใจและเชื่อใจเพราะรู้ใจน้อง แต่หากไม่บอกอะไรเลยก็จะทำให้ท่านเคลือบแคลงใจ ไม่แน่ใจในตัวน้อง เพราะฉะนั้นมีอะไรที่พอจะบอกท่านบ้าง เช่น เรื่องเพื่อน เรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนก็เล่าให้ท่านฟัง โดยเฉพาะในตอนที่รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ก็น่าจะหาเรื่องที่น่าสนใจของกันและกันมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนะคะ ยิ่งถ้ามีเรื่องราวอะไรที่สำคัญที่เกิดขึ้นกับเราที่โรงเรียน ทั้งที่ดีหรือไม่ค่อยดี ก็บอกท่านได้เสมอค่ะ จะทำให้ท่านรู้สึกดี ๆ กับลูก ๆ เสมอ ๆ”

TOP BACK
www.DekDek.com @2004-2005 All Rights Reserved