ในช่วงศตวรรษแห่งการรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิเด็ก และเยาวชนจากการตกเป็นเหยื่อการเบียดเบียนแรงงานที่เลวร้ายในทุกรูปแบบ จำเป็นจะต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและพร้อมเพรียงในทุกประเทศ และในทุกระดับครอบครัวของสังคมทั้งหมด ปัจจุบันประเทศในแถบทวีปอาฟริกา ถือเป็นถิ่นที่มีการใช้แรงงานเด็กอย่างทารุณมากที่สุด นั่นเพราะความอดอยากยากจน ความแร้นแค้นทางธรรมชาติ และการขาดระบบการคุมกำเนิดที่ถูกต้องเหมาะสมเพียงพอ ทำให้เด็ก ๆ มากมายเกิดมาเพื่อกลายเป็นเหยื่อของความไม่รู้ เหยื่อความรุนแรง เหยื่อทางเพศ และเหยื่อสงคราม นั่นคือแรงงานเด็กถูกนำมาใช้ในกรณีเหล่านี้ โดยไม่รู้ตัว หรือเพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า หรือในสถานการณ์ที่เด็กไม่สามารถจะปฏิเสธได้
ในประเทศอัฟกานิสถาน ในปีที่ผ่านมามีการเกณฑ์เด็กเข้าร่วมต่อสู้ในกองกำลังทาลีบัน เช่นเดียวกับในประเทศศรีลังกา เด็ก ๆ ถูกเกณฑ์ให้เข้าร่วมการสู้รบแม้ว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธฝ่ายตรงข้ามคือ the Liberation Tamil Tier Eelam จะมีข้อตกลที่ได้ให้ไว้กับตัวแทนพิเศษสหประชาชาติเพื่อเด็กและความขัดแย้งทางอาวุธเพื่อยุติการกระทำดังกล่าวก็ตาม ก็ยังมีเด็ก ๆ ที่คงถูกเกณฑ์เข้าร่วมกองกำลังอาวุธโดยมีโอกาสที่จะถูกส่งไปเผชิญกับอันครายและสหภาพทางสงคราม
จากการวิจัยที่จัดทำโดยสำนักงานสหประชาชาติในเมืองเจนีวา พบว่ามีเด็กมากกว่า 300,000 คน ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางอาวุธที่เกิดขึ้นทั่วโลก และมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านคน ทั้งนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเด็กจำนวนมากกว่าแสน ๆ คน สมัครเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังติดอาวุธในประเทศที่ไม่กี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางอาวุธในอัฟริกา เอเชีย ยุโรป และทวีปอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ผู้คนอีกมากมายมองข้าม หรือไม่ได้ตระหนักว่า การเกณฑ์ทหารเด็กและการมีส่วนร่วมในกองทัพถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็ก ที่เลวร้ายอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเมื่อเด็ก ๆ ต้องถูกผลักเข้าไปอยู่ในสถานการณ์การต่อสู้ ซึ่งไม่ต่างไปจากเด็ก ๆ อีกมากมายที่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกแสวงหาประโยชน์เช่นเดียวกับเด็กที่ถูกใช้แรงงานในยามสงบ
อย่างไรก็ตาม องค์กรเคลื่อนไหวระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มบุคคลต่างให้คำมั่นที่จะยุติการใช้เด็กเป็นทหาร ด้วยการประสานความร่วมมือให้มีการรับรองและนำ Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child (CRC) มาปฏิบัติ โดยการกำหนดว่าในการเกณฑ์ทหารทุกรูปแบบและการเข้าร่วมสงคราม เด็กจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี โดยไม่มีข้อยกเว้นหรือข้อสงวนใด ๆ ทั้งสิ้น
อนุสัญญาฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิทธิเด็กได้ดีที่สุด และยังได้รับการให้สัตยาบันจากประเทศต่าง ๆ ถึง 192 ประเทศ (ยกเว้นประเทศโซมาเลียและประเทศสหรัฐอเมริกา) คำจำกัดความทั่วไปของเด็กหมายถึงบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และบทบัญญัติทั้งหมด นอกเหนือจากการเกณฑ์ทหารและการเข้าร่วม ได้รับการคุ้มครองทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังระบุกลไกในการตรวจสอบ ก์คือคณะกรรมาธิการด้านสิทธิเด็กซึ่งจะควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรญานที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization-ILO) ได้ให้การรับรองว่า "แนวความคิดว่าด้วยเรื่องอายุขั้นต่ำที่จะบังคับใช้ในการจ้างงานหรือการทำงานที่พิจารณาจากสภาพธรรมชาติ และสถานการณ์ ได้แก่ ความเสี่ยงในเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และศีลธรรมของผู้เยาว์ สามารถที่จำนำมาใช้เทียบเคียงกันได้กับส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งท่ใช้กำลังอาวุธเข้าประหัตประหารกัน" ในอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานระหว่างประเทศข้อที่ 138 ซึ่งบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. 2516 ได้ระบุไว้ว่า "อายุขั้นต่ำที่สามารถทำงานเสี่ยงอันตรายได้คือเยาวชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป"
อย่างไรก็ดี ในอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานระหว่างประเทศฉบับใหม่ซึ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2542 ซึ่งได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ 174 ประเทศ กำหนดไว้ว่า "แต่ละประเทศท่ให้การรับรองอนุสัญญาดังกล่าวจะต้องดำเนินมาตรการที่ฉับพลันและมีประสิทธิภาพในการป้อมปรามและขจัดรูปแบบที่ร้ายแรงของการใช้แรงงานเด็ก" คำว่า "เด็ก" ในที่นี้หมายถึงทุกคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ส่วนคำว่า "รูปแบบที่ร้ายแรงของการใช้แรงงานเด็ก" นั่นรวมถึง "ทุกรูปแบบของการเป็นทาสและการปฏิบัติเยี่ยงทาส เช่น การค้าขายและขนส่งเด็กเป็นสินค้า การบังคับใช้แรงงานเด็ก การเอาเด็กมาเป็นผลัดหนี้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเกณฑ์ทหารเด็ก เพื่อใช้ในสงครามความขัดแย้งต่าง ๆ อีกด้วย" นี่เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำของการใช้ทหารเด็กไว้ในอนุสัญญาระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการรับรองทางกฏหมายว่าด้วยการจัดทหารเด็ก ๆ ไว้ในรูปของแรงงานเด็ก (ข้อมูลบางส่วนจากวารสาร องค์การนิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย)
ในประเทศไทย โครงการไอเปค หรือที่เรียกว่าโครงการระหว่างประเทศว่าด้วยการแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก ได้ทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องในอันที่จะรณรงค์และขจัดการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม การเบียดเบียนเอาเปรียบแรงงานโดยตรง ตลอดจนการเบียดเบียนเอาเปรียบทางเพศ ถือเป็นการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การมุ่งพัฒนาประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ นักบริหารและนักธุรกิจมากมายไม่ได้ตระหนักถึงแรงงานเด็กที่ถูกซ่อนเร้นเอาเปรียบโดยผู้ดำเนินการผ่านทาง"เม็ดเงิน" ที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ว่าอะไรอยู่เบื้อหลังเม็ดเงินดังกล่าว
องค์กรเอนจีโอซึ่งทำงานอยู่ตามรอยต่อระหว่างประเทศไทยและประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง พบว่า ภาวะความคล่องตัวทางธุรกิจระหว่างประเทศในเขตชายแดน ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้หรือภาคอิสาน ล้วนเป็นเงินที่ได้มาจากการให้แรงงานเด็ก โดยเฉพาะกิจการทางด้านสถานบันเทิงเริงรมณ์ทั้งหมด แต่ฝ่ายบริหารและนายธนาคารส่วนใหญ่กลับไม่สนใจจะรับรู้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างองค์กรเอนจีโอ ถึงสถานการณ์ขาดแคลนติดขัดด้านงบประมาณ ทั้งจากภาครัฐและจากองค์กรต่างประเทศที่ถอนตัวออกไป ในขณะที่รัฐบาลไม่ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือองค์เอกชนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ และเป็นผู้ที่รู้ปัญหาและพยายามแก้ปัญหาเพื่ออุดช่องว่างระหว่างรัฐ และประชาชนให้ลดน้อยลง
ความขาดแคลนดังกล่าวทำให้ องค์เอนจีโอหลายแห่งพยายามจะมุ่งหน้าขอกู้เงินธนาคารเพื่อมาใช้ในการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาสังคม อันประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และครอบครัวที่อยู่ได้ด้วย เงินเดือนที่ไม่มากนัก โดยเฉพาะหน่วยงานเอกชนที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้เดินเข้าพบนายธนาคารและทำเอกสารของกู้เงิน ซึ่งได้รับการปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์ด้านการเงินไม่ค่อยดี ติดขัดไปหมด ในขณะที่มีผู้มาใช้บริการธนาคารแน่นไปขนัด เอนจีโอจึงย้อนถามว่า หากการเงินติดขัด แล้วทำไมผู้คนจึงเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ทั้งฝากถอนและกู้เงิน ขณะนั้นธนาคารได้ปล่อยเงินกู้ให้สถานบริการแห่งหนึ่งถึงห้าล้านบาท ขณะที่เอนจีโอขอกู้เพียงห้าแสนไม่ให้ ถามว่า ทำไมคนนั้นจึงกู้ได้?
นายธนาคารบอกว่า นั่นเป็นธุรกิจหมุนเวียนที่แน่ใจได้ว่าจะมีรายได้เข้ามาแน่นอน ไม่มีทางเบี้ยวเงินธนาคารได้ เอนจีโอจึงถามต่อไปว่า แล้วรู้หรือเปล่าว่าเขาทำธุรกิจอะไร ? "ก็สถานบันเทิงครบวงจร" คำว่าครบวงจรในที่นี้นายธนาคารตระหนักหรือไม่ว่า มันรวมถึงการล่อลวงเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้ามาบังคับขายตัว หรือค้ามนุษย์ ค้าน้ำกามนี่เอง การที่ธนาคารให้เงินกู้กับสถานบันเทิงเหล่านี้ เพียงเพื่อหวังดอกเบี้ยกำไรให้ธนาคาร ความจริงก็คือธนาคารเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมค้ากามเด็ก และขายแรงงานเด็กในทุกรูปแบบ และเป็นระดับชาติ!
แต่นั่นก็อาจไม่ใช่ธนาคารของเขา ผู้จัดการก็เป็นเพียงลูกจ้างธนาคาร มีหน้าที่สร้างผลกำไรให้กับนายจ้างหรือธนาคาร แต่จะมีฝ่ายบริหารระดับประเทศคนไหน เข้าใจถึงปัญหาที่แรงงานเด็กถูกละเมิดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ขึ้นเรื่อย ๆ นั่น ส่วนหนึ่งเพราะธนาคารเป็นผู้ออกเงินกู้ให้นายหน้าค้าโลกีย์เหล่านี้ได้มีเงินทุนไปสร้างความรุ่งเรืองร่ำรวย บนความเจ็บปวดของเด็กหญิงชายมากมาย ที่ต้องกลายเป็นทาสค้ากาม อย่างต่อเนื่อง
และไม่มีใครรู้ว่า วงจรอุบาตนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร ในเมื่อทั้งธนาคารและนายทุน รวมทั้งรัฐบาลสนใจแต่จะพัฒนาเศรษฐกิจ โดยไม่เข้าใจหรือมองเห็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นระหว่างทางจากผลกำไรของเขาเหล่านั้น! |