::บทความ เด็กและครอบครัว
วัยรุ่นกับการถูกเอาเปรียบทางเพศ!

        "ยุพา" ก็เหมือนเด็กสาวอีกมากมายในจังหวัดเชียงใหม่ที่พ่อแม่ทำงานหนัก เพื่อส่งเสียให้ลูก ๆ ได้เรียนสูง ๆ ด้วยความเชื่อว่า ลูก ๆ คงตระหนักในความยากลำบากของพ่อแม่ และการที่พ่อแม่ไม่มีเวลาจะอบรมสั่งสอน หรือไม่รู้จะสั่งสอนอะไรเพราะพ่อแม่เองก็ไม่ได้มีการศึกษาสูง เพียงแต่พยายามทำงานหนักเพื่อให้ลูก ๆ เติมเต็มความฝันและจะได้มีชีวิตที่ไม่ลำบาก
        เมื่อจบมัธยมสามในโรงเรียนเอกชน "ยุพา"ก็เข้าเรียนต่อระดับปวช. ด้านการตลาด และด้วยวัยเพียง 15 ปี ความอ่อนไหวเยาวัยและการอยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ มากมาย แต่ละคนต่างพกพาเอาความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยอวดร่ำอวดรวยในกันและกันมาประชันกันโดยไม่ต้องมีการพูดจา ในความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน เพื่อน ๆ จะพูดแต่เรื่องการไปกินร้านอาหารดี ๆ ไปเที่ยวผับฟังเพลง ไปเต้นไปดิ้นไปกรี๊ดกร๊าดกัน ที่ไหนที่มีชื่อว่า ไปแล้วหรือเข้าไปเที่ยวแสดงออกถึงความโก้หรู วัยรุ่นทั้งหลายก็พากันไปรวมถึง"ยุพา"ด้วยเช่นกัน แน่นอน ถึงพ่อแม่จะพยายามปรนเปรอให้ทุกอย่าง แต่ค่าใช้จ่ายดูไม่มีทีท่าจะเพียงพอ ยิ่งเมื่อซื้ออุปกรณ์ที่เป็นเครื่องประดับประจำตัวสำหรับวัยรุ่นทั้งหลายแหล่เข้าไปแล้ว ในแต่ละเดือนแทบไม่พอค่ากินค่าใช้ นานไปค่าโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นหนี้สินเพิ่มพูนขึ้น โดยที่"ยุพา"ก็รู้ตัวว่า ไม่ควรที่จะไปขอพ่อแม่ต่อไป บางที ท่านอาจจะให้ แต่อาจต้องฟังการพูดพร่ำบ่นว่าของพ่อ ของแม่ที่อาจลงท้ายด้วยการโต้เถียงทะเลาะระหว่างพ่อกับแม่ หรือพ่อแม่กับ"ยุพา" ตรงนี้เองที่เพื่อน ๆ วัยรุ่นเมื่อถึงจุดลำบากเพราะความฟุ่มเฟือยของตน ก็พยายามจะแก้ไขด้วยตนเอง จะมีเพื่อนหลาย ๆ คนที่มีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ก็จะเข้ามาช่วยแนะนำด้วยความหวังดี "ลองไปขอยืมเฮียเล็กดูซิ! เขาเป็นคนใจดีและเป็นคนที่พวกเราไว้ใจ มีปัญหาอะไรเขาช่วยได้เสมอ!" ผู้ชายจีนอ้วนขาววัยสี่สิบต้น ๆ ท่าทางอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ขับรถเบ๊นซ์คันใหญ่ ท่าทางภูมิฐานน่าย่ำเกรง ในสายตาของวัยรุ่นทั้งหลาย เพื่อน ๆ พาเธอไปรู้จัก และบอกเฮียเล็กว่า "ยุพา"มีหนี้สองพันกว่าบาท เฮียเล็กพยักหน้ารับ ควักเงินออกมาธนบัตรใบละพันสองใบยื่นให้ "เอาไปใช้ก่อนนะหนู ไม่เป็นไรมีเมื่อไรค่อยเอามาใช้เฮีย!" เขาพูดยิ้ม ๆ แล้วไม่ได้สนใจจะถามต่อ คงหันไปคุยกับเพื่อน ๆ ที่คุ้นเคย
        "ยุพา" รู้สึกทึ่ง เกรงใจ และไม่แน่ใจว่าเฮียต้องการอะไรแลกเปลี่ยนหรือเปล่า แต่เฮียก็เฉย ไม่ได้สนใจเธอมากกว่า แล้วก็ไม่เคยทวงถาม เขาทำเหมือนกับลูกหลานเดือดร้อนมาขอเงิน เขาก็ให้ไม่ได้คิดอะไร และด้วยลักษณะทีท่าและการทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีของเขานี่เอง ที่ทำให้เด็ก ๆ วัยรุ่นมากมายให้ความเคารพนักถือ และรู้สึกว่าเขาเป็นคนดี
        โรงเรียนอาชีวะแห่งนี้ ในเวลาโรงเรียนเลิก เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวมากมายเดินออกมาหน้าโรงเรียน "ยุพา" ต้องแปลกใจที่ วัยรุ่นเป็นร้อย ๆ เ หล่านั้นเมื่อเดินผ่านหรือเห็นหน้าเฮียเล็ก ต่างยกมือไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แสดงความเคารพชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่เข้าใจว่า เขาเป็นใคร มีตำแหน่งหน้าที่อะไร ทำไมทั้งเด็กวัยรุ่นชายหญิงทั้งหลาย จึงดูสนิทสนมชื่นชมเขานัก! เมื่อเงินได้ง่าย การใช้เงินเติบก็ดำเนินต่อไป "ยุพา" ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น ในไม่ช้าเธอก็มีปัญหาการเงินอีก คราวนี้เพื่อนสนิทพูด ๆ กับเธอตรง ๆ "ลองไปถามเฮียเล็กดูซิว่า มีงานอะไรให้ทำบ้าง?" ต่อหน้าเพื่อน ๆ และเฮียเล็ก โดยที่เฮียเล็กไม่ต้องพูดอะไร คงปล่อยให้เพื่อนสาวคนหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกับเฮียมาก่อนเป็นผู้พูด "ยุพาอยากได้เงินสักเท่าไรล่ะ ถ้าเปิดบริสุทธิ์ก็สามหมื่นบาท ก็เยอะพอจะนำมาเคลียร์หนี้สินได้นะ หรือถ้าต้องการไม่มาก ก็ไปถ่ายรูปสวย ๆ ประกอบทิวทัศน์ ก็สักห้าพันบาทต่อครั้ง ก็ไม่เลวนะ เพียงแต่จะต้องใส่เสื้อผ้า เครื่องประดับที่ทางห้องถ่ายเขาเตรียมไว้เท่านั้น พวกเรามากมายก็ทำมากันแล้ว ไม่ต้องไปเปลืองเนื้อเปลืองตัวก็ได้เงินแล้ว เฮียเล็กดูแลไม่ต้องกลัวใครทำอะไรหรอก!"
        แน่นอน "ยุพา" ยังไม่ต้องการขายตัวหรือคิดอะไรขนาดนั้น แต่เรื่องถ่ายรูปประกอบทิวทัศน์ที่อาจจะถูกใช้เป็นปฏิทินประจำปี หรือโฆษณาท่องเที่ยว ด้วยเงินขนาดนั้นก็น่าสนใจมากสำหรับความเยาวัยไร้เดียงสาของเธอ ยิ่งเพื่อน ๆ หลาย ๆ สนับสนุนและเคยทำมาแล้ว ประกอบกับเฮียเล็กก็ไม่ใช้คาดคั้นหรือบีบบังคับใด ๆ แต่ความเกรงใจ เชื่อใจ ที่เขาเคยช่วยเหลือมาแล้ว จะมาขอเขาเปล่า ๆ คราวนี้ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น "ยุพา"ก็คิดว่า เธอจะต้องพยายามทำอะไรที่เป็นการพึ่งตัวเองบ้าง โดยไม่ต้องขอเงินใครฟรี ๆ
        วันนั้น "ยุพา"และเพื่อนสาว วัยสิบห้าสิบหกสี่ห้าคนก็ตกลงใจที่จะไปถ่ายแบบที่ร้านของเฮียเล็ก ที่ร้านถ่ายรูปซึ่งจัดไว้อย่างหรูหรา และมิดชิด มีเพียงช่างภาพหน้าตาจีน ๆ สองคน เขาไม่มีท่าทางสนใจอะไรนอกจากการถ่ายรูป และไม่ซักถามไม่พูดจกลวนลาม หรือแสดงพฤติกรรมให้เด็กสาวไม่สะบายใจ ดูเขาสุภาพมากในสายตาของ"ยุพา" ในบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่มีแต่เด็กสาว ๆ ทั้งคนเก่าคือคนที่เคยทำมาบ่อยแล้ว และคนใหม่คือยุพาด้วย ต่างช่วยกันจัดแต่งตัวทำผมแต่งหน้า และเสื้อผ้าที่สรวมใส่ แล้วก็ค่อย ๆ ถอดออกทีละชิ้น สลับกันแข่งขันกันว่าใครจะดูดีดูสวยกว่าใคร สุดท้าย ก็กลายเป็นการถ่ายภาพเปลือยในท่าต่าง ๆ ตามแต่เสียงเชียร์จะนำไป
        "ยุพา"รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนักต่อภาพถ่ายกึ่งเปลือยและภาพเปลือยของเธอ เช่นเดียวกับเพื่อนสาวบางคน แต่เพื่อน ๆ ที่ชักนำไปก็ปลอบใจและบอกว่า ภาพเหล่านี้ยัง ไง ๆ ก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะได้เห็น หรือรับรู้เพราะภาพถ่ายเหล่านี้ จะถูกส่งออกไปเป็นแบบโฆษณาในต่างประเทศเท่านั้น ไม่ต้องวิตกเลย!
        เมื่อมีครั้งแรก ก็มีครั้งต่อไป เมื่อไม่มีเงินใช้ ก็ไปหาเฮียเล็กจากถ่ายภาพ ก็นำไปสู่การขายบริการเป็นครั้งคราวเพื่อจะได้เงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันก็ทำกันอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะเฮียเล็ก เขายังใจดีอย่างเคย ไม่เคยตำหนิดุว่า ทวงบุญคุณหรือทำให้ไม่สะบายใจ ดูเขาทำให้วัยรุ่นรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัยและไม่อับอายในพฤติกรรมดังกล่าว ดูเขาเข้าใจเรื่องราวอย่างดี ทำให้เด็ก ๆ ยิ่งรักใคร่เคารพนบนอบเขา บางทีอาจจะมีความรู้สึกดี ๆ กับเขามากกว่าที่จะมีกับครูเสียอีก!
        ถึงวันนี้เด็กหนุ่มสาวมากมาย ที่หลงใหลได้ปลื้มไปกับการทำงานที่ไม่ลำบากเพื่อแลกกับเงินที่มากพอสมควร โดยไม่ได้ตระหนักหรือเข้าใจเลยว่า เธอเหล่านั้นกำลังตกเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินของเฮียเล็ก ที่ดูดีไปเสียหมด แต่ความจริงคือคนที่กำลังทำลายภาพพจน์และชื่อเสียงของประเทศด้วยการถ่ายภาพเปลือยของเด็กสาว ๆ ออกไปขายยังต่างประเทศ และจัดสรรเด็กสาว ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย เขาคือเหลือบลิ้นที่หากินอยู่บนความเยาวัยไร้เดียงสาและความมักง่ายของวัยรุ่นไทย และเด็กวัยรุ่นมากมายเหล่านี้ ล้วนมองว่าเฮียเล็กเป็นคนดี เป็นที่พึ่งของเขาได้ เขากลายเป็นคนดีในสายตาของนักเรียนนักศึกษามากมายที่พร้อมจะปกป้องเขาจากาเงื้อมมือกฎหมาย คำถามคือ มันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กวัยรุ่นไทยเหล่านี้ !

อรอนงค์ อินทรจิตร
สยามรัฐ หน้าต่างสตรี วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2543
 
TOP BACK
www.DekDek.com @2004-2005 All Rights Reserved