เมื่อวันพุธที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาโดยการสนับสนุนของสำนักงานไอเปค โครงการระหว่างประเทศว่าด้วยการแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก ได้ทำรายการโทรทัศน์ช่อง 9 ในหัวข้อ "ธุรกิจภาพโป๊เด็กบนอินเตอร์เน็ต" ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่จะขยายวงกว้างซับซ้อนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี่และประชาชนสามารถเข้าถึงข่าวสารข้อมูลจากทั่วโลก และแน่นอนที่ในท่ามกลางความเจริญทางด้านวัตถุ ย่อมมีความเสื่อมทางด้านจิตใจหรือความไม่สมประกอบทางด้านอารมณ์ของผู้คนอีกมากมาย ได้มีโอกาสออกมาโลดแล่นเพ่นพ่านกันไปทั่ว
อย่างไรก็ตาม สำนักงานไอเปครายงานว่า ยังไม่สามารถรู้ถึงจำนวนผลผลิตที่แท้จริงในธุรกิจภาพโป๊เด็กบนอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยได้ ข้อมูลในเรื่องนี้มีจำกัดไม่รู้ที่มาที่ไปของปัญหา มีเพียงองค์กรเอกชนบางแห่งพยายามทำวิจัยในเรื่องนี้ แต่ยังไม่เคยมีใครทำวิจัยในประเทศไทย และจากการได้มีโอกาสพูด คุยกับพันตำรวจเอก ญานพล ยั่งยืน รองผู้บังคับการศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่า "โรงพักอินเตอร์เน็ต" ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบและไล่จับผู้กระทำความผิดทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่ผู้กระทำความผิดในเรื่องนี้ จะเป็นชาวต่างชาติ โดยใช้ภาพเด็กเปลือยจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนรวมถึง ประเทศไทย และล่าสุดครูสอนดนตรีชาวฝรั่งเศสที่ถ่ายภาพเด็กนักเรียนไทยไปใส่ในอินเตอร์เน็ตก็ถูกจับ โดยมี UNICEF เป็นโจทย์ และถึงปัญหาภาพโป๊เด็กในอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทย ยังไม่เลวร้ายมาก แต่แนวโน้มที่เด็กจะถูกเบียดเบียนทางเพศ โดยวิธีดังกล่าวนับวันจะเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาเหตุอันดับแรก จากการที่คนไทยมากมาย ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศ ทำให้นำไปสู่พฤติกรรมอนาจารเด็กกันอยู่มากมายขณะนี้ เช่นกรณีของ ชายหนุ่มวัย 25 ปี เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ยังไม่มีงานทำแต่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เขาสนใจหมกมุ่นอยู่กับการท่องไปแสวงหา ภาพเด็กโป๊เพื่อบำบัดความใคร่ หรือแม้แต่ในความจริง เขาก็จะคอยสอดส่ายสายตา มองหาเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปีลงมา
เขาเล่าว่า เมื่อวัยเด็กอายุ 12-13 ปี เล่นไล่จับกับเด็กหญิงอายุ 6-7 ขวบ แล้วก็ชวนกันจะลองมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่เข้าเพราะยังเด็ก แต่ด้วยความประทับใจจากวันนั้น เขาไม่สามารถมีเซ็กซ์กับผู้หญิงทั่วไปจริง ๆ ได้ ต้องการแต่เฉพาะเด็กผู้หญิง เพราะดูสะอาดเกลี้ยงเกลาบริสุทธิ์สดใส ถ้ามีโอกาสจะเข้าใกล้ลูบคลำ ให้เด็กนั่งตักและถูไถบัดความใคร่ เพราะฉะนั้นการได้ดูภาพเด็กหญิงโป๊ ก็ทำให้เกิดอารมณ์สุดยอดได้ เขาจึงหมกมุ่นและใช้เวลากับการแสวงหาภาพเหยื่อในอินเตอร์เน็ต เพิ่มจากการพยายามล่วงเกินเด็กทั่วไปที่เข้ามาใกล้
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในจำนวนผู้ชายอีกมากมาย ที่มีพฤติกรรมชอบเด็กหรือใช้เด็กทั้งหญิงและชายเป็นเหยื่อบำบัดความใคร่ ซึ่งอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดพฤติกรรมดังกล่าว มีผลมาจากการได้ดูสื่อทางเพศต่าง ๆ ที่ถูกนำมาแพร่หลายทั้งทางตรง ทางอ้อม และในหลายกรณี เด็กเล็กอาจจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาสินค้า ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังในกรณีที่มีผลิตภัณต์ แป้ง หรือครีม ที่ใช้เด็กอ่อนผิวบอบบางสดใสมาโพสท์ท่าเซ็กซี่เหล่านั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ล่อแหลมต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ เพราะ ยังมีผู้คนอีกมากมายในสังคมไทยที่มีอาการบกพร่องทางจิต จากการอบรมเลี้ยงดูในอดีต และต้องการจะใช้เด็กเป็นเหยื่อในการชดเชยความขาดในอดีต
ในกลุ่มผู้ชายที่มีบุคลิกภาพขัดแย้ง และฝักใฝ่ในเรื่องนี้ อาจมีสาเหตุจากการเติบโตขึ้นมาอย่างขาดความรักใคร่ห่วงใย ขาดอ้อมแขนความใกล้ชิดจากพ่อแม่และคนใกล้ หรือถูกทอดทิ้ง รู้สึกตัวเองต่ำต้อยด้อยค่า เมื่อเติบโตมาถึงจะมีชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังแฝงตัวอยู่ในความเงียบ และพยายามมองหาหนทางที่จะชดเชยความขาดของตนเอง การนำเด็กมาเลี้ยงดูและใช้เป็นเครื่องบำบัดความใคร่ หรือที่ชอบมีเซ็กกับเด็กเล็ก ส่วนหนึ่งก็เหมือนการพยายามเติมเต็มให้กับสิ่งที่ตนไขว่คว้าและขาดหายไประหว่างทางการเจริญเติบโต
มากมายได้เห็นภาพจากสื่อโป๊ต่าง ๆ จากภาพยนตร์ที่เป็นการแสดงอย่างผิดปกติทางเพศ แล้วเกิดความประทับใจ พยายามจะเอาอย่างบ้าง ดังในกรณีของเด็กชายวัย 14 ปี บ้านอยู่นครปฐม หลังเลิกเรียนจะไปอยู่รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ วัยรุ่นด้วยกันที่บ้านลูกชายคนดังประจำจังหวัด ที่บ้านหลังนี้ร่ำรวยมีทุกอย่างให้ลูกชายได้รับความสะดวกสะบาย รวมทั้งโทรทัศน์ วีดีโอต่าง ๆ เด็กได้นำวีดีโอ ผู้ใหญ่มีเซ็กกับเด็กหญิงวัยสามขวบมาดูกัน แล้วหัวหน้าทีมก็บอกว่า เขาเคยทำมาแล้ว ฉะนั้นคนที่จะเป็นพรรคพวกร่วมทีมกันต่อไป ให้ทุกคนไปทำแบบฝึกหัด พยายามมีเซ็กกับเด็กหญิงอายุ 3-4 ขวบแล้วค่อยกลับมาเล่าสู่กันฟัง
เด็กชายคนนี้จึงกลับมาบ้าน และได้พยายามจะจับน้องสาวลูกของน้าสาวข่มขืน แต่เด็กหญิงไม่ยอมวิ่งไปฟ้องพ่อแม่ เรื่องจึงเปิดเผยขึ้น พ่อแม่จึงได้พาเด็กชายมารับการบำบัดที่ฮอทไลน์ เพราะฉะนั้นการที่เด็ก ซึ่งกลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลสูงอยู่แล้ว มาอยู่รวมตัวกันและได้เห็นสื่อวีดีโอเหล่านั้น ก็อาจกลายเป็นการนำไปสู่การกระทำที่ชั่วร้ายรุนแรงได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กทุกวัย จะได้ตระหนักถึงปัญหาที่มากับความเจริญทางด้านเทคโนโลยี่ ในรูปแบบต่าง ๆ และหาทางป้องกันแก้ไขไว้ก่อน
แน่นอน การใช้เด็กเป็นเหยื่อไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยการใช้ภาพ ก็ถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย เพราะถือเป็นการ "ลดคุณค่าของความเป็นมนุษย์" ด้วยการกระทำให้เด็กเล็ก ๆ เหล่านั้นกลายเป็นของเล่น เป็นที่รองรับอารมณ์ทางเพศของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหากผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นผู้กำหนด หรือบังคับให้ลูกหลานของตนทำเช่นนั้น ถือเป็นความผิดทางอาญา และเป็นความผิดที่นำไปสู่การทารุณทางด้านจิตใจของเด็ก เด็กเหล่านี้จะเติบโตขึ้นพร้อมกับความสับสนใจ ท้อแท้คับข้องใจและไม่เห็นคุณค่าของตนเอง นอกจากการยอมเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่ของเพศชาย เมื่อพื้นฐานของจิตใจอยู่ในสภาพยอมจำนนเช่นนั้น โอกาสที่เด็กจะเลือกทางเดินเหมือน ๆ ที่ผ่านมามีสูง จึงถือเป็นการทำลายความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก!
ในการป้องกันที่เรามักพูดกันเสมอ ตั้งแต่ภายในครอบครัวที่จะต้องส่งเสริมสิทธิเด็ก สอนให้เด็กรู้จักปฏิเสธไม่ให้แตะต้องตัวหรือรู้สึกไม่ชอบการถูกประชิดตัวจากคนแปลกหน้า ให้เด็กสามารถเรียนรู้เข้าใจที่จะป้องกันตนเองโดยฝึกจากสัญชาติญานของเด็กเอง เด็ก ๆ ที่เติบโตมาด้วยความรักใคร่ ดูแลโอบอุ้มสัมผัสด้วยความรักใคร่จากพ่อแม่ เด็กจะรู้ถึงคุณค่าในตนเอง และไม่ยอมปล่อยตัวเองให้ผู้อื่นล่วงเกินหรือเบียดเบียนได้ การสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กตั้งแต่ยังเล็กจึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องตระหนัก ทำความเข้าใจและฝึกหัด เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก ๆ เช่นเดียวกับที่โรงเรียน ครูจะต้องให้การยอมรับสิทธิเด็ก เพื่อสอนเขาให้เติบโตขึ้น ด้วยการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และไม่ยอมให้ผู้อื่นละเมิดสิทธิของตนได้
โดยเฉพาะ"สื่อ" ซึ่งเข้าถึงครอบครัวทุกครัวเรือน พ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้บริโภคสื่อทั้งหลาย ควรจะต้องมีการระแวดระไวต่อเด็ก ที่ถูกหล่อหลอมและดูดซับพฤติกรรมจากสื่อ เช่นจากรายการนี้มีคุณแม่บ้านโทรฯมาเล่าว่า ที่บ้านสาวใช้มีลูกหญิงเล็กอายุสามขวบกว่า ๆ แม่ดูละครเรื่อง"บุญรอด"ทุกคืนเด็ก ๆ ดูด้วย เด็กจะจดจำภาษาที่ใช่ด่าในเรื่องมาใช้ หลังจากนั้นก็จะชอบสะสมรูปผู้ชายฝรั่ง แล้วบอกแม่ว่า "โตขึ้นหนูอยากมีผัวฝรั่ง!" (มีต่อ) |