::บทความ เด็กและครอบครัว
เอนจีโอกับงบประมาณปี 2544!

         ปีงบประมาณ 2544 เริ่มต้นมาแล้ว ก่อนที่รัฐบาลของนายชวน หลีกภัยจะค่อยอำลาและก้าวออกไปจากตำแหน่ง และเพราะเป็นรัฐบาลผสม ทีมงานของแต่ละพรรคที่เข้ามา นอกจากมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ให้สามารถบริหารประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้แล้ว ก็ยังถือเป็นโอกาสที่จะเข้ามาปูรากฐานไว้สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งต่อไป ความตั้งใจครั้งนี้เห็นได้ชัดในวาระก่อนการพ้นจากตำแหน่ง และเป็นเรื่องน่าตกใจเช่นเดียวกันที่จะต้องรู้ว่า เพราะมาจากต่างพรรค แต่ต้องมาร่วมลงเรือเดียวกัน เมื่อนาวาใกล้ถึงฝั่ง ประโยชน์ส่วนตัว หรือใครจะกอบโกยอะไรไว้ได้ ก็ดูเหมือนพรรครวมเหล่านั้น จะพากันรวมรวมเก็บหามเอาไว้พร้อมกับกระโดดขึ้นฝั่งไปอย่างตัวใครตัวมัน! และสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็คือความพ่ายแพ้ของประชาชนตาดำ ๆ ที่ไม่สามารถจะลุกขึ้นมาทักท้วงปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม หรือของผู้คนในสังคมเอาไว้ได้
         โดยเฉพาะกลุ่มเอนจีโอ ซึ่งทำงานในส่วนที่รัฐบาลยังก้าวไปไม่ถึง หรือทำหน้าที่เก็บกวาดปัญหาที่รัฐบาลสร้างขึ้น พยายามกระตุ้นรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐให้ตระหนักถึงปัญหาสังคมทุกระดับ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาประเทศของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย อย่างไรก็ตาม การทำงานของเอนจีโอ อาจถูก อาจไม่เหมาะสม อาจซื่อตรงเกินไป อาจขุดคุ้ยความลับที่นักการเมืองปกปิดไว้ อาจพยายามสร้างความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมในสายตารัฐบาล หรือมากมายอาจจะไม่ใช่เอนจีโอจริง ๆ อาจจะมีที่เข้าไปเกี่ยวข้องการเมืองกันมากเกินไป แต่ไม่ว่าจะถูกผิดเพียงใด นั่นคือระบอบประชาธิปไตย ที่สังคมจะต้องมีการสร้างระบบเพื่อรักษาความสมดุลเอาไว้ให้ได้ และเราต่างฝ่ายต่างก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่และเผชิญหน้ากัน ด้วยจุดมุ่งหมายคือเพื่อ ผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งประเทศ
         ทั้งนี้ที่ผ่านมา องค์กรเอนจีโอเกือบทั้งหมด เริ่มต้นโดยได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากต่างประเทศ เพราะประเทศไทยยากจนได้ชื่อว่ากำลังพัฒนา เป็นประเทศในโลกที่สาม ความจริงเหล่านี้ ทำให้อุดมการณ์ของเอนจีโอได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศเรื่อยมา ไม่ว่าจะในเรื่องการพัฒนาชนบท พัฒนาสุขภาพกายสุขภาพใจ ด้านการศึกษา เทคโนโลยี แรงงานเด็ก การเอารัดเอาเปรียบทางเพศ รวมถึงด้านเศรษฐกิจและการเมือง
         ส่วนหนึ่งที่เอนจีโอได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากต่างประเทศในด้านพัฒนาสังคม และสุขภาพกายใจนั้น เพราะประเทศที่พัฒนาแล้ว ตระหนักดีว่า การพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจและการเมืองนั้น นำความสูญเสียมาสู่ประเทศมากมาย รัฐบาลไทยทุกสมัยที่ผ่านมา ให้ความสนใจกับปัญหาสังคมน้อยมาก เพราะฉะนั้น ยิ่งประเทศพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีไปมากเท่าใด ปัญหาสังคมมากมายก็มีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น หรืออาจจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หากเอนจีโอหรือกลุ่มอุดมคติไม่ได้เกิดขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่ของความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นตลอดมา
         ถึงวันนี้ ไม่ว่าจะผ่านวาระแห่งความรุ่งโรจน์ร่ำรวยมา จนกลายเป็นประเทศที่ยังย่ำอยู่กับที่ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ จนถึงเกือบเต็มใบขณะนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เลือดเนื้อของประชาชน ของคนที่ทำงานเอนจีโอมากมายได้กลายเป็นดินทรายทับถมให้หนทางของนักการเมืองสดใสและก้าวเดินต่อไปได้อย่างสง่างาม จนลืมไปว่า สิ่งที่นักการเมืองได้มานั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางการเมือง หรือธุรกิจส่วนตัว คนที่สูญเสียและต้อง"จ่ายราคา"ให้กับท่านเสมอ ก็คือประชาชน เพราะฉะนั้น หากผู้ใดหลงลืมความจริงในเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเท่ากับนักการเมืองกำลังเดินไปในทิศที่เป็นปรปักษ์กับประชาชนโดยส่วนรวม
         ในช่วงที่ประเทศชาติได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง แต่ปัญหาสังคมก็ยังเหมือนเดิมหรือมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นความถูกต้องที่รัฐบาลหลายยุคสมัยจะเริ่มหันมาส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณให้เอนจีโอทำต่อไป เพราะระบบงานของรัฐใหญ่โตเกินกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากมายได้ และที่สำคัญ ปัญหาสังคมมากมาย หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้ จึงจำเป็นต้องมีเอนจีโอไว้เป็นแขนขา เป็นแนวหน้า เป็นคนที่ตายได้เพื่อคนในสังคมเดียวกัน!
         อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้เอนจีโอมากมาย ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลให้ทำงานพัฒนาสังคม เก็บงานระเกะระกะที่ภาครัฐทำทิ้งไว้ แม้จะไม่มากนัก แต่ทุกคนก็พอใจที่รัฐบาลเห็นความสำคัญ ยิ่งเมื่อเกิดเศรษฐกิจถดถอย เอนจีโอเข้าใจ มีงบประมาณน้อย ให้น้อยก็ใช้น้อยลง เพราะเห็นแก่ประเทศชาติ เข้าใจรัฐบาล แต่ผลที่ตามมาคือ ในขณะที่บริการของรัฐ ไม่สามารถจะทำงานได้เต็มรูปแบบหรือตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ทั้งยังไม่สามารถที่จะทดแทนงานบริการของเอนจีโอได้ ไม่ว่าด้านปริมาณหรือคุณภาพ แต่การตัดงบประมาณที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2540 ก็ทำให้เอนจีโอเริ่มอ่อนแอลง ต้องลดบริการลงเรื่อย ๆ แต่ทุกคนก็เผชิญกับสถานการณ์อย่างกล้าหาญ เข้าใจและสุจริตใจ หวังว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลก็จะจัดสรรให้เหมือนเดิม ซึ่งที่ผ่านมาทุกอย่างก็ถูกจัดสรรไปตามจำนวนเงินที่ได้มา ไม่มีใครว่าใคร เรากำลังจนคนในประเทศก็ต้องเจียมตัว!
         แต่จากผลการจัดสรรงบประมาณปี 2544 ที่ได้ผ่านมติสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อเดือนที่แล้ว เอนจีโอทั่วทั้งประเทศ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกปล้น! แน่นอน เงินของรัฐก็คือเงินภาษีประชาชน ประชาชนก็ต้องยังถือว่าเป็นเงินของตนอยู่ แต่คนจัดสรรหรือคณะกรรมการจะยึดถือว่าเป็นเงินของตนนั้น มันไม่ใช่! โดยเฉพาะเมื่อผลของการแบ่งสรรงบประมาณได้เป็นที่ประจักษ์ว่า งบประมาณที่เอนจีโอทั้งประเทศสมควรจะได้รับการจัดสรรนั้น ได้ถูกตัดทอนไปเกือบหมด และส่วนที่ถูกตัดทอนไปนั้น ไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหน หรือถูกโอนไปใช้กับกิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใด ที่สนใจในงานบริการทางสังคมและต้องการสร้างฐานอำนาจจากกิจกรรมที่ตนทำอยู่ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนในสังคมโดยส่วนรวม แน่นอน เป็นที่รู้กันว่า งบประมาณจากทั้งกระทรวงสาธารณสุข กรมประชาสงเคราะห์ การศึกษา ถูกตัดไปพัฒนา"คนพิการ" เสียมากมาย
         การพัฒนาศักยะภาพคนพิการ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเรื่องดี แต่ก็ทำแต่พอประมาณ อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอีกมากมายในสังคม หรือหากท่านมีจิตใจเป็นการกุศลโดยเฉพาะ ก็ขอให้บริจาคเงินส่วนตัวสักร้อยสองร้อยล้านเอาไว้ทำงานในกิจกรรมที่ตนพอใจ แต่ต้องไม่ฉกฉวยเอาจากงบประมาณของคนทั้งประเทศ ซึ่งสมควรจะต้องได้รับส่วนแบ่งเพื่อสร้างความสมดุลในสังคม โดยเฉพาะที่น่าสังเกต กิจกรรมที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ซึ่งมีอยู่ถึง ห้าล้านคนนั้น ไม่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขเลยในปีนี้ ท่านลืมคะแนนเสียงห้าล้านคนนี้ไปได้อย่างไร? ท่านหลงลืมคนที่เคยช่วยเหลือปูทางสร้างถนนให้ท่านเดินไปแล้วหรือ?
         ไม่แต่เฉพาะโครงการผู้สูงอายุเท่านั้น โครงการสุขภาพจิต ผู้หญิงและเด็กเหยื่อความรุนแรงของมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ มูลนิธิสุขภาพไทย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว และอีกมากมาย ต่างไม่ได้รับการสนับสนุนเลยจนบาทเดียว ไม่ว่าจากกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม คำถามที่เอนจีโอทั้งหมดต้องการรู้คือ ตัดงบประมาณนี้เพราะอะไร?
         เพราะโกรธที่มีเอนจีโอบางที่เข้าไปปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนของประเทศชาติเรื่องการซื้อยาในราคาที่สูงกว่าปกติ จนทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณไปมากกว่าพันล้านบาทหรือ? หรือว่าไม่พอใจที่มีบรรดาผู้ติดเชื้อเอดส์กับเอนจีโอมานั่งประท้วงอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข หรือใครทำให้ขัดเคืองด้วยเรื่องอะไร? และแน่นอน การตอบว่าไม่มีเงิน เงินไม่พอ ไม่ใช่คำตอบ เพราะก่อนจะถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายโดย คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2544 นั้น ได้มีกระบวนการที่ชี้ชัดถึงการแบ่งแยก เลือกออก ไม่เหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา คือเมื่อเงินน้อยก็ค่อย ๆ ลดจัดสรรแบ่งปันกันไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ แต่วันนี้วิธีการแบ่งระดับเอนจีโอ ได้ชี้ชัดถึงความเป็นอคติที่คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญมีต่อเอนจีโอโดยส่วนใหญ่ ส่วนจะมีใครที่เป็นแกนนำทางความคิดในการจัดสรรครั้งนี้ คงต้องรอดูกันเอง! และที่กล่าวมาทั้งหมด เอนจีโอถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องรายงานต่อประชาชน ต่อสังคม เพราะเราทุกคนเป็นคนเลือกส.ส. เหล่านี้เข้ามาเอง!

อรอนงค์ อินทรจิตร
สยามรัฐ หน้าต่างสตรี วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2543
 
TOP BACK
www.DekDek.com @2004-2005 All Rights Reserved